
เศรษฐกิจชะลอหนุนเงินบาทอ่อนต่อ
โดย...พรวลี พิลาวรรณ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
โดย...พรวลี พิลาวรรณ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.10-35.40 บาท/เหรียญสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนโดยปัจจัยภายในประเทศ สิ่งที่จะมีผลต่อทิศทางค่าเงิน ได้แก่ การรายงานตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 2/15 ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัวได้ 3% ในไตรมาส 1/15
หากพิจารณาเป็นรายไตรมาสแล้วเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ระดับเดิม 0.3% ตั้งแต่เดือน เม.ย.จนถึง มิ.ย. มีการใช้จ่ายภาครัฐ และท่องเที่ยวเป็นตัวหนุนการฟื้นตัว โดยอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดของรัฐทำได้ดีอยู่ที่ประมาณ 80% ก่อน 2 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2558 แต่อัตราการเบิกจ่ายในงบลงทุนยังอยู่ระดับที่ 49% และต่ำกว่าระดับของปีงบประมาณก่อนหน้า
ขณะที่การส่งออกยังเป็นปัจจัยดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจอยู่ หลังหดตัวติดต่อกันมา 6 เดือน ส่วนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ไม่มากนัก ดังนั้นภาพการขยายตัวอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจไทยน่าจะยังกดดันให้ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวอ่อนค่าอยู่
ด้านปัจจัยจากต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อค่าเงิน คือ การเผยแพร่บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากการประชุมเมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งรายละเอียดต่อการประเมินภาพเศรษฐกิจสหรัฐจะชัดเจนขึ้น รวมถึงนัยต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังเฟดปรับมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐในเชิงบวกมากขึ้น และต้องติดตามการรายงานจีดีพีไตรมาส 2/15 ของญี่ปุ่น และดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคของสหรัฐ
สัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทและสกุลเอเชียได้รับแรงกดดันจากเงินหยวนอ่อนค่า ผลดังกล่าวทำให้นักลงทุนตกใจเนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน และส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่ามากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ 35.40-35.50 ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดตลาดย่อลงจากภาวะกลัวความเสี่ยงของนักลงทุนและค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า เพราะตลาดไม่แน่ใจว่าผลจากจีนจะทำให้เฟดต้องชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อนหรือไม่
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนออกมาย้ำว่ายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะทำให้เงินหยวนอ่อนค่าไปมากกว่านี้ หลังค่ากลางเงินหยวนอ่อนไป 4.6% ภายใน 3 วัน และอ่อนค่าไป 3% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในตลาดในประเทศ และกว่า 5% ในตลาดต่างประเทศ แต่คำแถลงทางการจีนทำให้ภาวะกลัวความเสี่ยงนักลงทุนปรับลดลง และกลับมาสนใจการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง ทำให้เห็นค่าเงินบาทชะลอการอ่อนค่าลงเล็กน้อย ก่อนปิดที่ระดับ 35.24 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.)
ด้านเงินยูโรแนวโน้มอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยที่ระดับ 1.1150 เนื่องจากมีนักลงทุนบางส่วนกลับเข้าซื้อสกุลเงินประเทศเกิดใหม่และขายเงินยูโร ทำให้ยูโรปิดที่ระดับ 1.1187 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.) ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลงก่อนจะเคลื่อนไหวมาที่ระดับ 124.09 ก่อนจะปิดตลาด หลังมีรายงานตัวเลขดัชนียอดค้าปลีกสหรัฐเดือน ก.ค.ดีขึ้น หนุนการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นและกดดันเงินเยนอ่อนค่าลง







