posttoday
บัญญัติ 3 ประการ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

บัญญัติ 3 ประการ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

17 สิงหาคม 2558

ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับผู้ที่ทำการค้าขายทั้งรายใหญ่และรายย่อย

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับผู้ที่ทำการค้าขายทั้งรายใหญ่และรายย่อย หากเป็นธุรกิจที่กู้ยืมเงินมาลงทุนอาจจะมีเงินหมุนเวียนไม่พอชำระหนี้

ตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของระบบสถาบันการเงินที่อยู่ในกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มียอดคงค้าง 311.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 13.3 พันล้านบาท จากธุรกิจในภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมและ SME ขนาดเล็ก ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลที่หักการสำรองหนี้ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.38% จาก 2.29% ในไตรมาสแรกของปีนี้

จำนวนหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์นั้น เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นตัวเลขที่ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดจากธนาคารเจ้าหนี้ไปแล้ว หากปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วธุรกิจยังไปต่อไม่ได้ก็จะต้องปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างหนี้ที่ธนาคารดำเนินการกับลูกหนี้นั้นจะเป็นการเจรจาปีต่อปี หากลูกค้าที่ขอปรับโครงสร้างหนี้ไปเมื่อปีที่แล้ว ก็มาขอปรับใหม่ได้หากธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวในรอบนี้แก้ไขได้ยาก เพราะเกิดมาจากปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไม่เอื้ออำนวย

“ธุรกิจเอสเอ็มอีอาจจะลำบากหน่อยเพราะจะมีเงินทุนน้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่สายป่านยาว แต่ก็ไม่ใช่เอสเอ็มอีทุกรายที่แย่หมด หากเจ้าของสามารถบริหารได้ดี เป็นจิ๋วแต่แจ๋วก็ยังอยู่ได้” โฆสิต กล่าว

ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพยกตัวอย่างลูกค้าของธนาคารในกลุ่มที่ทำเกษตรก้าวหน้า ลูกค้ากลุ่มนี้บางรายไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพราะได้เป็นเกษตรก้าวหน้าจริงๆ ได้นำเอาระบบบริหารจัดการแบบใหม่มาใช้ ทำให้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และผลิตสินค้าที่มีลูกค้ารับซื้อที่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน

“ลูกค้าเกษตรก้าวหน้าเป็นหนี้เสียน้อย เพราะเราเริ่มต้นฟูมฟักผู้ประกอบการกลุ่มนี้มานาน เริ่มตั้งแต่จัดอบรมให้ความรู้ ให้เงินทุนส่งเสริมด้านการตลาด และมีการประกวด มอบรางวัลให้เอง เป็นรางวัลที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาตัวเองขึ้น” โฆสิต กล่าว

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ลูกค้าทุกรายที่จะผ่านปัญหาไปได้ง่ายๆ สำหรับลูกค้าที่ยังไม่มีปัญหาหรือส่อแววว่าจะมีปัญหานั้น โฆสิต แนะนำว่า คาถาธุรกิจที่ผู้ประกอบการจะต้องดูแลให้รัดกุมที่สุดคือ

1.สภาพคล่อง

การรักษาสภาพคล่องจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอกับธุรกิจ ซึ่งโฆสิต ระบุว่า ต้องรักษาสภาพคล่องทั้งของเราและของลูกค้า เพราะในสภาพที่การค้าฝืดเคืองยอดขายลดลงการจะได้เงินมาหมุนจะน้อยลง และไปขอกู้เพิ่มจากธนาคารก็อาจจะยาก  หากมีเงินในมือพอจะช่วยให้ประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงที่ไม่ดีไปได้

2.สต๊อกสินค้า

ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีจำเป็นต้องดูแลต้นทุนการดำเนินการให้รัดกุม ใช้เงินที่มีจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ หากยอดขายลดก็ไม่จำเป็นต้องสั่งสินค้ามาเก็บเพิ่มให้เงินจมไปกับสินค้าที่ระบายออกไปไม่ได้ นอกจากนี้จะต้องบริหารต้นทุนให้ดี ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น จะช่วยให้มีสภาพคล่องดีขึ้น ขาดทุนน้อย หรือกำไรไม่ลดลง

3.การรักษาตลาด

ผู้ประกอบการรายใดที่มีตลาดอยู่ในมือต้องพยายามรักษาฐานและความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ให้ดี เพื่อไม่ให้ลูกค้าหนีไปสั่งซื้อสินค้าที่อื่น  ซึ่งจะทำให้ยอดขายตกและเกิดปัญหาต่อเนื่องตามมา

โฆสิต กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะรักษาไว้ให้ดี เพื่อให้ธุรกิจผ่านพ้นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำไปได้ เป็นสิ่งที่ธนาคารบอกกับลูกค้ามาตลอด ซึ่งจะต้องรักษาทั้งสามสิ่งนี้ต่อไป แม้ในช่วงเศรษฐกิจดีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ซึ่งลูกหนี้รายใดบริหารได้ดีก็ไปรอดได้

ปัญหาที่จะรุนแรงในอนาคตอีกเรื่องหนึ่งที่โฆสิตเป็นห่วง คือ การขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากไทยผลิตคนเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่ตรงกับความต้องการของสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ขาดนักวิจัย

คำเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์และนักบริหารรุ่นใหญ่นี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจควรเงี่ยหูฟังคือ การคาดหวังให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงเหมือนในอดีตเป็นเรื่องยาก หากโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เปลี่ยน ในปีหน้าเศรษฐกิจก็จะทรงๆ อยู่แบบนี้ต่อไป

 โฆสิต กล่าวว่า การหวังว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวสูงๆ เหมือนในอดีตไม่ง่ายอีกแล้ว หากไม่มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ในปีหน้าเศรษฐกิจก็จะทรงตัวในระดับเดียวกับปีนี้

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ