posttoday
ฟ้องแพ่งทวงเงิน ‘ข้าวเน่า’

ฟ้องแพ่งทวงเงิน ‘ข้าวเน่า’

17 สิงหาคม 2558

การไล่ล่าทวงเงินค่าเสียหายกรณีข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 1.5 หมื่นบาท “เน่าคาโกดัง” งวดเข้ามาทุกทีแล้ว

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

การไล่ล่าทวงเงินค่าเสียหายกรณีข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 1.5 หมื่นบาท “เน่าคาโกดัง” งวดเข้ามาทุกทีแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีเงื่อนปมที่สร้างความหนักใจให้ผู้รับผิดชอบมากพอสมควร เพราะยังต้องฝ่าด่านหินอีกหลายด่านกับภารกิจปัดกวาดบ้านให้สะอาดในครั้งนี้ 

“ก็ไม่รู้ว่ามันช้าตรงไหน เพราะเราได้แจ้งความดำเนินคดีกับเอกชนที่เป็นเจ้าของโกดังฝากเก็บข้าว และผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) ที่เป็นคู่สัญญากับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ที่พบว่าข้าวที่เก็บไว้เสียหายแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ส่งหนังสือแจ้งมาอย่างเป็นทางการ เราจึงยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลและยังขายข้าวเสียไม่ได้ แต่ทางตำรวจได้รายงานว่าได้เก็บหลักฐานข้าวเสื่อม 92.42% แล้ว หรือคิดเป็นข้าว 3.65 ล้านตัน เป็นข้าวเกรดซี 3.14 ล้านตัน ข้าวเน่าเสีย 4.68 แสนตัน ที่เหลือเป็นข้าวผิดชนิด ส่วนข้าวที่กำลังรอหลักฐานมีอีก 7% หรือคิดเป็น 3-4 แสนตัน ซึ่งรวมแล้ว อคส.มีภาระจะต้องฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายข้าวเน่า 4 ล้านตัน” จินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานกรรมการ อคส. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “โพสต์ทูเดย์” 

จินตนา บอกว่า เดิมได้แจ้งความคดีข้าวเน่ากับกองปราบปราม แต่กองปราบฯ แจ้งว่าทำเองทั้งหมดไม่ได้ จึงกระจายงานไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละท้องที่ที่มีโกดังเก็บข้าวเน่าอยู่เก็บหลักฐาน แต่ก็ใช้เวลามากว่า 7-8 เดือนแล้ว หลังจาก อคส.แจ้งความกับตำรวจตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2558 อคส.จึงเหลือเวลาที่จะต้องยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อเรียกค่าเสียหายภายในเวลา 1 ปี 4 เดือน ไม่เช่นนั้น อคส.จะถูกฟ้องกลับเสียเองฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 อีกทั้ง อคส.จะต้องฟ้องอาญาเจ้าของโกดัง หรือเซอร์เวเยอร์ ฐานมีเจตนาทำให้ข้าวของรัฐในโกดังเสียหาย ซึ่งมีโทษทางอาญาคือจำคุก

“เข้าใจว่าข้าวมันเยอะ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าเก็บหลักฐานแล้ว และพิสูจน์ว่าจริงอย่างที่เราบอกว่าข้าวมันเน่าจึงต้องใช้เวลา แต่คิดว่าคงไม่ช้า”

จินตนา ประเมินว่า หากฟ้องแพ่งเรียกเงินค่าเสียหายข้าวเน่า 4 ล้านตัน อคส.คาดว่าจะเรียกเงินจากเจ้าของโกดังที่เก็บข้าวเน่า 125 ราย ซึ่งเก็บข้าวในปริมาณ 9.45 แสนตัน ได้ไม่ยาก เพราะโกดังเหล่านี้มีหลักแหล่งและมีทรัพย์สินให้ตามยึดได้ แต่ประเด็นที่น่าหนักใจคือ การฟ้องเรียกค่าเสียหายข้าวจากเซอร์เวเยอร์ 16 ราย ที่รับผิดชอบข้าวในโกดังกว่า 3.15 ล้านตัน เพราะเมื่อฟ้องไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเซอร์เวเยอร์เหล่านี้จะมีเงินมาจ่ายหรือไม่ แม้ว่าตอนนี้เซอร์เวเยอร์ทั้ง 16 ราย ยังมีตัวตนอยู่ก็ตาม และกระบวนการทางศาลยังต้องใช้เวลา

“การฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายศาลจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้อะไรเป็นฐาน เช่น ถ้าใช้ราคาข้าวตามราคารับจำนำข้าว 2.4 หมื่นบาท/ตัน ตามที่เราฟ้องศาลอาจไม่เห็นด้วย และน่าจะใช้ราคาตลาดเป็นตัวตั้ง เพราะโกดังและเซอร์เวเยอร์รับผิดชอบเฉพาะการฝากเก็บ จากนั้นเราก็เอาข้าวเน่าที่เราขายได้ลบออก ก็จะได้ตัวเลขค่าเสียหายที่เอกชนต้องชดใช้ เช่น ตอนนี้ราคาข้าวอยู่ที่ 12-13 บาท/กิโลกรัม หากขายข้าวเน่าและข้าวเกรดซีได้ 7-8 บาท/กิโลกรัม เอกชนก็ต้องหาเงินมาชดใช้เรา 2 หมื่นล้านบาท ส่วนความเสียหายจากการตั้งราคารับจำนำข้าวไว้สูงๆ อันนั้นต้องฟ้องคนที่รับผิดชอบนโยบาย ซึ่งน่าจะยุติธรรมกับเขามากกว่า”

เมื่อถามว่าเซอร์เวเยอร์ทั้ง 16 ราย เป็นเซอร์เวเยอร์จัดตั้งมาเพื่อรับงานตรวจสอบข้าวที่เข้าโกดังในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้วเป็นการเฉพาะหรือไม่ หรือเป็นนอมินีของใครหรือไม่ จินตนา บอกเพียงสั้นๆ ว่า “คนที่ทำก็รู้กันอยู่แก่ใจ” และเมื่อถามว่าจะไกล่เกลี่ยเรียกค่าเสียหายนอกศาลได้หรือไม่ จินตนา ระบุว่า “เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้วมันก็มีกระบวนการไกล่เกลี่ยกันได้อยู่แล้ว แต่คงไม่มีใครยอมจ่ายแน่ เพราะเงินมันมหาศาล และกว่าจะได้เงินคืนมาคงต้องใช้เวลาอีกนาน”

เช่นเดียวกัน ในขณะที่ อคส.ฟ้องแพ่งเรียกเงินค่าชดเชยข้าวเน่า จินตนา กล่าวว่า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ก็มีหน้าที่ดำเนินการฟ้องแพ่งและอาญาเรียกค่าเสียหายค่าข้าวเน่าในโกดังที่รับผิดชอบเหมือนกับที่ อคส.ทำอยู่ โดยปรากฏว่ามีข้าวเสื่อมในโกดัง อ.ต.ก.กว่า 1.37 ล้านตัน เป็นข้าวเกรดซี 1.32 ล้านตัน ข้าวเสียเป็นฝุ่นผง มีเชื้อราประมาณ 3.94 หมื่นตัน ส่วนที่เหลือเป็นข้าวผิดประเภทผิดชนิด

จินตนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจทวงเงินค่าข้าวยังไม่จบแค่นี้ เพราะขณะนี้ อคส.ได้ฟ้องบริษัทที่รับข้าวจาก อคส.ไปทำข้าวถุงในข้อหายักยอกข้าว 1.3 แสนตัน เนื่องจากเอกชนยังทำงานไม่เสร็จและไม่ยอมส่งข้าวคืน โดยเอกชนให้เหตุผลที่ไม่ส่งข้าวคืนว่า ข้าวเหล่านั้นเป็นค่าจ้างในการทำข้าวถุง นอกจากนี้ อคส.ได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ อคส.ที่เกี่ยวข้องกับการเวียนเทียนข้าวในโกดังไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการอีกด้วย

“ถ้าเจตนามันชัดว่าเจ้าหน้าที่ของเรา (อคส.) มีส่วนร่วม เราก็สอบด้านวินัยและส่งเรื่องที่ ป.ป.ช.และ ป.ป.ท.จัดการ ซึ่งสิ่งที่เราทำจะต่างจากอดีตที่แค่สอบวินัยแล้วจบแค่นั้น เพราะอย่าลืมว่าในเมื่อคุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และคุณมีสิทธิเลือกที่จะทำผิดหรือไม่ทำผิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ทำแล้วจะถูกย้ายก็ยอมย้ายไปน่าจะสบายใจกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องมีปัญหาในภายหลัง เราจึงต้องรู้ว่าจุดยืนของเราคืออะไร”

จินตนา ยังเสนอแนะว่า ปัจจุบันมีข้าวในสต๊อกรัฐบาล 15.11 ล้านตัน เป็นข้าวคุณภาพได้มาตรฐานและบริโภคได้ 9.15 ล้านตัน เป็นข้าวเกรดซี 5.89 ล้านตัน และที่เหลือเป็นข้าวเน่า ข้าวผิดประเภท หากเป็นไปได้ก็อยากให้กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวทั้งหมดออกไปภายในปี 2559 เพราะเก็บไว้ก็มีแต่จะสร้างภาระค่าเก็บให้รัฐบาล

“เราไม่ควรมีสต๊อกสำรองเลยด้วยซ้ำ อย่างไรเสียเรามีข้าวกินแน่ เพราะการผลิตข้าวไทยเกินความต้องการ 50% จึงไม่จำเป็นต้องมีคลังสำรอง ถ้าปีไหนข้าวน้อยก็ส่งออกน้อย และไม่ต้องกลัวว่าราคาข้าวจะขาดหรือข้าวจะแพงไปเพราะเอกชนโก่งราคา เนื่องจากข้าวเป็นพืชที่ปลูกไม่กี่เดือนก็ได้ข้าวแล้ว แต่ถ้าเรายังจำเป็นต้องใช้นโยบายแทรกแซงซัพพลายอยู่ก็ควรใช้วิธีจูงใจให้เอกชนเก็บข้าวแทนรัฐบาล โดยให้ดอกเบี้ยจูงใจ หรือถ้าจะมีจำนำอีกราคาต้องไม่เกิน 80% และเก็บในระยะเวลาสั้นๆ ส่วนสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น มันที่เรามีสต๊อกอยู่ 1 แสนตัน อันนี้เคลียร์ให้หมด เพราะไม่ว่าจะข้าวหรือมัน บางทีไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเก็บมาตั้งแต่ฤดูกาล 2551/2552 หรือตั้ง 7 ปีมาแล้ว” 

จินตนา ทิ้งท้ายว่า “อยากจะเคลียร์สินค้าเกษตรที่เก็บในสต๊อกรัฐบาลให้มันจบในรัฐบาลนี้ จะได้ล้างของเก่าให้หมดไปเลย และเริ่มนับหนึ่งใหม่ เราจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมด และไม่ควรเอางบมาเสียให้กับสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์ ขณะที่ อคส.ก็ต้องปรับบทบาทใหม่ แทนที่จะรับกินหัวคิวค่าเก็บสินค้าเกษตร ก็ต้องทำภารกิจของตัวเอง เช่น การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร อย่างตอนนี้เรามีที่ดินหลายแปลงที่จะทำเป็นคลังกลางเก็บสินค้าเกษตรให้กลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ได้ อาทิ ที่บ้านบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่ดินที่สระบุรี หรือที่นครสวรรค์เรามีที่ดิน 200 ไร่ ที่สร้างไซโลเก็บสินค้าเกษตรได้ และเรายังทำหน้าที่เป็นตัวแทนส่งออกสินค้าเกษตรเหล่านี้ยังได้ แต่ที่ผ่านมาเราไม่ทำ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท