
โอกาสหุ้นลง... โอกาสลงกองทุน LTF
สวัสดีครับ ที่ผ่านมาหลายท่านคงได้รับทราบข่าวคราวปัจจัยลบที่มีผลต่อความน่าลงทุนของตลาดหุ้นไทยและเศรษฐกิจไทยมาพอสมควรแล้ว
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ [email protected]
สวัสดีครับ ที่ผ่านมาหลายท่านคงได้รับทราบข่าวคราวปัจจัยลบที่มีผลต่อความน่าลงทุนของตลาดหุ้นไทยและเศรษฐกิจไทยมาพอสมควรแล้ว แต่ในบรรยากาศการลงทุนที่ทั้งเศรษฐกิจในประเทศและตลาดหุ้นดูไม่มีความสดใส ผมยังเชื่อว่า โอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคตมีอยู่เสมอหากเราวิเคราะห์และทำการบ้านอย่างดี และอดทนรอจนผ่านช่วงเวลาแห่งความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอดทนต่อปัจจัยลบจะช่วยสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
ในแง่ของปัจจัยบวกกับตลาดหุ้นไทย โครงการลงทุนภาครัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตลาดหุ้นบ้านเรา โดยปัจจัยบวกที่ส่งสัญญาณจากภาครัฐบาลว่ามีแนวโน้มจะเป็นจริงภายในปีนี้ ได้แก่ ความคืบหน้าเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 4จี ในย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้ดำเนินการจัดการประมูล ยังคงแผนเดิม โดยจะเริ่มเปิดประมูลในเดือน พ.ย.นี้ หากการประมูลนี้เป็นไปตามที่วางแผนไว้จะส่งผลดีให้เกิดการลงทุนในโครงข่าย 4จี และ 5จี ของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนในภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งทางรัฐบาลจะได้รับรายได้จากค่าใบอนุญาตอีกหลายหมื่นล้าน และการประมูลคลื่นความถี่ 4จี จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้มีการเติบโต
ปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400 จุด ซึ่งมีระดับราคาหุ้นต่อกำไร (PE) ณ เดือน ก.ค. 2558 อยู่ที่ระดับ 14.97 เท่า ซึ่งบ่งชี้ว่ามูลค่าหุ้นไทยเริ่มอยู่ในระดับต่ำและมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับประเทศ TIP Market เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่อยู่ที่ระดับ 19.93 และ 15.28 เท่า ตามลำดับ โดยเฉลี่ยแล้วปัจจุบันหุ้นไทยถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อัตราการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยอยู่ที่ 3.22% เทียบกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอยู่ที่ 1.88% และ 2.20% ตามลำดับ
ผมประเมินการเคลื่อนไหวของกรอบดัชนี SET Index ในเดือน ส.ค. 2558 มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,460 จุด และยังมีโอกาสเติบโตได้ในระยะถัดไปจากการเร่งสร้างความเชื่อมั่นของภาครัฐ เช่น แผนประมูลคลื่นความถี่ และเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ บลจ.วรรณ มองว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงเพื่อปรับฐานที่ต่ำกว่า 1,400 จุด เป็นระดับที่นักลงทุนสามารถทยอยสะสมในหุ้นได้ โดยเฉพาะกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ดังนั้น ในภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง ผมไม่อยากให้ผู้ลงทุนหยุดการวางแผนการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นระยะยาว
ปัจจุบัน กฎเกณฑ์การลงทุนในกองทุนภาษีทั้งสองประเภทใหม่ คือ LTF และ RMF ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนแต่ละประเภทไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และสูงสุด 5 แสนบาท ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจากกฎเดิมคือซื้อได้ 15% ของเงินได้ โดยกฎเกณฑ์ใหม่ทำให้เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีไม่สามารถนำมาคำนวณเพื่อให้ได้สิทธิการซื้อ LTF และ RMF ซึ่งในแง่การลงทุนในกองทุนประเภทดังกล่าวในจังหวะที่หุ้นปรับตัวลงทุนนี้ ผู้ลงทุนสามารถสอบถามได้จากผู้แนะนำการลงทุน เพื่อป้องกันการลงทุนที่ผิดเงื่อนไขของกองทุนภาษีทั้งสองประเภทครับ
นักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอรับร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจ ที่หมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1 ครับ
“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”







