
บลจ.ยังเชียร์หุ้นนอก
บลจ.ไม่หวั่นจีนลดเงินหยวน มองกองทุนหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นยังแจ๋ว กำไรโต คิวอีหนุนตลาดขึ้นได้
บลจ.ไม่หวั่นจีนลดเงินหยวน มองกองทุนหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นยังแจ๋ว กำไรโต คิวอีหนุนตลาดขึ้นได้
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า บริษัทยังคงคำแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ ถึงแม้จีนจะปรับลดค่าเงินหยวนลง เพื่อสร้างความแข่งขันในการส่งออก โดยยังมองว่าตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจที่สุด
อย่างไรก็ตาม แต่สถานการณ์ในตอนนี้หลังจีนลดค่าเงินหยวนลง ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครัั้งแรกที่ตลาดคาดว่าจะเกิดในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวน จึงประเมินว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศน่าจะทำได้ไม่มากเหมือนที่ผ่านมาในอัตรา 10% ก็อาจลดลงเหลือประมาณ 8-10% เท่านั้น
“ตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นมีปัจจัยบวกของตัวเองสนับสนุนให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยเฉพาะการทำคิวอีเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบของทั้งสองประเทศ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนค่าลง เพื่อหนุนการส่งออกและส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นได้” นายบุญชัย กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นยุโรป มองว่า แม้จะเป็นประเทศที่จีนมีการส่งออกในสัดส่วนประมาณกว่า 10% แต่จะต้องดูส่วนอื่นประกอบด้วย จึงเชื่อว่ายุโรปจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากจีนลดค่าเงิน โดยเศรษฐกิจยังเติบโตได้ อีกทั้งปัจจุบันราคาหุ้นยุโรปปรับตัวลงมามาก
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทมองว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วยังน่าสนใจท่ามกลางตลาดหุ้นไทยที่ยังมีความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนที่ต่ำ โดยมองว่าตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ ส่วนตลาดหุ้นเกิดใหม่อาจยังต้องระมัดระวังในการลงทุน เพราะต้องจับตาดูว่าจีนจะมีมาตรการใดๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่จะกระทบตลาดหุ้นเกิดใหม่
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบ 1,500-1,550 จุด หากสถานการณ์ทั่วโลกและไทยมีแนวโน้มในเชิงบวก แต่การปรับขึ้นก็มีโอกาสปรับตัวลดลงได้ หากปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังไม่มีอะไรมารองรับ
“ดัชนีแถว 1,350 จุด เป็นแนวรับที่สำคัญเชื่อว่าจะยังรับไหว แต่ต้องดูว่าจีนจะมีอะไรออกมาเซอร์ไพรส์ทั่วโลกอีกหรือไม่ แม้กระทั่งการลดค่าเงินหยวน 3 วันติดต่อกันนั้นก็ไม่คิดว่าจะทำ” นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ที่ออกมานั้นประมาณ 50% ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยไม่น่าปรับตัวลงไปแย่กว่านี้ โดยหุ้นที่แนะนำลงทุนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง และมีแนวโน้มกำไรที่ดีผ่านวิกฤตไปได้ เช่น กลุ่มไอซีที ก่อสร้างและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งราคาลงมามากเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม
สำหรับพอร์ตการลงทุนที่แนะนำในช่วงนี้ แบ่งเป็นตลาดหุ้นต่างประเทศ 60% ได้แก่ ญี่ปุ่น 20% อาเซียน 20% และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ 20% แต่หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูงขึ้นอาจเลือกลงทุนหุ้นจีน โดยบลจ.วรรณมีกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นในตลาด H-Share ในกลุ่มธนาคารภาครัฐ
“แม้เศรษฐกิจจีนตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาอาจดูไม่น่าเชื่อ แต่เรายังชอบนโยบาย ความเด็ดขาดและอำนาจที่มีของรัฐ เช่น การลดค่าเงินหยวนอย่างที่ผ่านมา เพื่อให้เศรษฐกิจโตตามเป้า” นายวิน กล่าว
นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการ ผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทยังแนะนำให้ลงทุนในต่างประเทศประมาณ 50% ในญี่ปุ่นและยุโรป ส่วนหุ้นไทยแนะนำลงทุนหุ้นปันผลดีและกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปันผลต่อเนื่องเหมาะกับสภาวะปัจจุบัน
ด้าน บลจ.ทิสโก้ จะเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล เฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพสูงทั่วโลก โดยเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 17-28 ส.ค. 2558 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท
ภาพ...เอเอฟพี







