
จีนลดค่าเงินหยวน กระทบไทยจำกัด
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของเงินหยวนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์นี้ โดยส่งผลให้เงินหยวนอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 4.6 ภายในระยะเวลา 3 วัน (11-13 ส.ค. 2558) แม้จะไม่ได้เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของตลาด ท่ามกลางภาวะการชะลอตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน แต่ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของท่าทีเชิงนโยบายการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนของจีน ซึ่งคงส่งผลให้เงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจไทยคงหนีไม่พ้นการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่สำคัญที่สุด
ผลกระทบเบื้องต้นต่อการส่งออกของไทยยังคงอยู่ในกรอบที่จำกัด โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนตลอดปี 2558 คงหดตัวร้อยละ 3.2
การอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินหยวน คงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในฐานะที่จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักของไทย โดยมีสัดส่วนการส่งออกกว่าร้อยละ 11 โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 หดตัวถึงร้อยละ 7 (YoY) อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนคงมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากฐานราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงในปีก่อน กอปรกับปริมาณการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์หลายตัวสามารถขยายตัวเป็นบวกได้
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากเงินหยวนไม่ดิ่งค่าลงอีกอย่างต่อเนื่อง ก็คงจะกระทบต่อภาพรวมมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังจีนในช่วงที่เหลือของปี 2558 ในกรอบที่จำกัด ภายใต้ข้อสมมติฐานว่า เศรษฐกิจจีนในปีนี้ยังสามารถรักษาโมเมนตัมการขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้ที่ร้อยละ 6.9 และอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนกลับมาเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ จากหลากหลายปัจจัยสนับสนุน ดังนี้
- ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ของไทยไม่หดตัวลงมากเท่ากับช่วงครึ่งแรกของปี
- แม้ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินหยวนจะอ่อนค่าลงร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับเงินบาท ทว่า หากนับตั้งแต่ต้นปี อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทก็ยังคงอ่อนค่ากว่าเงินหยวนโดยเปรียบเทียบ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงร้อยละ 7 (YTD) เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินหยวนอ่อนค่าลงเพียงร้อยละ 3.2 (YTD) ส่งผลให้เงินบาทเมื่อเทียบกับเงินหยวนอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 3.7 (YTD) ทำให้การอ่อนค่าของเงินหยวนไม่น่าส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการส่งออกสินค้าของไทย
- ค่าเงินหยวนที่มีแนวโน้มอ่อนลง แม้ว่ายังคงเป็นทิศทางอ่อนค่าที่น้อยกว่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค แต่ก็น่าจะช่วยลดช่วงห่างของความเสียเปรียบด้านค่าเงินของจีนในตลาดประเทศคู่ค้า ซึ่งก็คงจะมีอานิสงส์ในทางอ้อมถึงการส่งออกของไทยไปยังจีนในระดับหนึ่ง ผ่านการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต
ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเพิ่มความระมัดระวังในการคาดการณ์การส่งออกของไทยไปจีนในปี 2558 นี้ โดยคาดว่าจะหดตัวอยู่ในช่วงร้อยละ (-)5.5 ถึง (-)3.2 เทียบกับการคาดการณ์เมื่อเดือน ก.ค. 2558 ว่าจะหดตัวร้อยละ (-)1 เนื่องจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินหยวนและความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน น่าจะส่งผลกดดันให้การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ล่าช้าออกไป
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องจับตาถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจของจีน รวมถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนในระยะข้างหน้า เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ของทางการจีนจะไม่ส่งผลกระทบทางบวกได้มากเท่าที่คาด ซึ่งจะทำให้โมเมนตัมการเติบโตของเศรษฐกิจจีนกลับมาเป็นประเด็นที่ต้องกังวลอีกครั้งหนึ่ง
ทางการจีนปรับลดค่าเงินหยวน...แม้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2558 แต่ยังคงต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจจีน
ตลาดนักท่องเที่ยวจีนนับเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากเป็นอันดับที่ 1 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดย 7 เดือนแรกของปี 2558 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทยสูงถึง 4.78 ล้านคน เติบโตร้อยละ 113.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ที่หดตัวลงร้อยละ 20.6) และสูงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยตลอดทั้งปี 2557 ที่มีจำนวน 4.62 ล้านคน
สำหรับทิศทางของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่เหลือของปี 2558 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะยังเติบโตได้ โดยสังเกตได้ว่า แม้ในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ล่าสุด การปรับตัวอ่อนค่าลงของเงินหยวนนั้น โดยเปรียบเทียบแล้วยังอ่อนค่าลงน้อยกว่าการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น เมื่อพิจารณาค่าเงินหยวน ณ วันที่ 13 ส.ค. 2558 อยู่ที่ 5.49 บาท เทียบกับค่าเฉลี่ยของเงินหยวนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 5.23 บาท สะท้อนได้ว่าค่าเงินบาทยังอ่อนตัวเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนในช่วงต้นปี
ทั้งนี้ จากการที่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมากในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาพรวมทั้งปี 2558 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 7.24 ล้านคน เติบโตประมาณร้อยละ 56.1 เมื่อเทียบกับที่หดตัวร้อยละ 0.3 ในปี 2557
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องอาจจะต้องติดตามสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในปีนี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวจากจีนอย่างมาก หากตัวเลขเศรษฐกิจจีนในระยะข้างหน้ายังคงออกมาในทิศทางที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดหมาย ก็อาจส่งผลกดดันต่อค่าเงินหยวนและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







