posttoday
คลื่นลูกใหม่กะตะกรุ๊ป ชูแผนเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

คลื่นลูกใหม่กะตะกรุ๊ป ชูแผนเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

14 สิงหาคม 2558

ธุรกิจที่มีอายุยืนยาวส่วนหนึ่งต้องมาจากผู้บริหารมีการพัฒนากลยุทธ์ให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ธุรกิจที่มีอายุยืนยาวส่วนหนึ่งต้องมาจากผู้บริหารมีการพัฒนากลยุทธ์ให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และเมื่อมาถึงยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจมากขึ้น ผู้บริหารหลายรายได้ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพใช้ดิจิทัลเพิ่มความแข็งแกร่งสำหรับการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต

วิศวินท์ ปิติกุลสถิตย์ รองประธานกรรมการ โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป หลานชายของ ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย รองประธาน โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป เปิดเผยว่า ได้เข้ามาช่วยธุรกิจเครือกะตะกรุ๊ป 3-4 ปีแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามาช่วยงานมีประสบการณ์ทำงานด้านการเงินกับบริษัทหลักทรัพย์มาก่อน ในช่วงแรกที่เข้ามาช่วยงานที่กะตะกรุ๊ป จึงเข้ามาดูแลในฝ่ายงานบริหารจัดการสินทรัพย์ วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของโรงแรม หาปัญหาจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มรายได้ พร้อมทั้งจัดการแก้ปัญหานั้นให้สำเร็จลุล่วงไป

จากการที่เคยมีประสบการณ์ทำงานด้านการเงินมาก่อน ทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการช่วยงานกะตะกรุ๊ปได้เป็นอย่างดี เนื่องจากงานการเงินจะอยู่กับเอกสารจำนวนมากและการทำงานเป็นขั้นเป็นตอนกว่างานโรงแรม ทำให้มีพื้นฐานด้านโครงสร้างการทำงานที่ดี และจากการที่เคยต้องคิดวิเคราะห์ด้านการเงิน ก็ช่วยให้วิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงแรมได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวิศวินท์ได้เปลี่ยนมาดูงานด้านกลยุทธ์การตลาดแล้ว โดยจะเน้นดูรายละเอียดงาน นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประกอบการทำการตลาดมากขึ้น ปรับเทคนิคการขายของโรงแรมให้มีช่องทางหลากหลายขึ้น จากเดิมโครงสร้างของโรงแรมจะขายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยว (ทราเวลเอเยนต์) อย่างเดียว แต่เมื่อได้เข้ามาดูแลด้านการตลาดของโรงแรม ก็เริ่มเพิ่มช่องทางการขายตรงไปยังลูกค้ามากขึ้น เพื่อแบ่งสัดส่วนตลาด พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมแต่ละแห่งในเครือที่มีแตกต่างกัน

“เราจะเน้นทำตลาดลูกค้าผสมผสานมากขึ้น พิจารณาว่ากลุ่มไหนเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงและให้น้ำหนักตลาดเหล่านี้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มการทำตลาดผ่านช่องทางขายตรงกับลูกค้า โดยเฉพาะออนไลน์ ปัจจุบันกำลังปรับปรุงเว็บไซต์โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ปใหม่ คาดว่าจะเสร็จภายในปลายปีนี้” วิศวินท์ กล่าว

สำหรับเว็บไซต์โฉมใหม่ที่กำลังปรับปรุงอยู่นั้น จะเน้นนำเสนอประสบการณ์ในมุมมองของผู้ใช้งานมากขึ้น เปลี่ยนแปลงไปจากโฉมเดิมที่เป็นเว็บไซต์แนวทางเดียวกับที่หลายโรงแรมทำกัน คือจัดแสดงรูปภาพห้องพัก นำเสนอผลิตภัณฑ์ของโรงแรมในมุมมองของโรงแรมเอง แต่เว็บไซต์ใหม่จะนำมุมมองที่ลูกค้าเห็นและสัมผัสมาเสนอแทน

สอดคล้องกับทิศทางของหลายเว็บไซต์ทั่วโลกที่เริ่มปรับมาสู่ทิศทางนี้ เพื่อให้ตรงกับผลวิจัยหลายชิ้นที่ออกมาว่า ผู้บริโภคจะเชื่อมั่นการใช้บริการโดยพิจารณาจากมุมมองของผู้บริโภคด้วยกันมากกว่าการเชื่อในสิ่งที่ผู้ประกอบการบอกกล่าว โดยคาดว่าหลังจากปรับโฉมเว็บไซต์แล้ว จะช่วยเพิ่มยอดการจองผ่านทางออนไลน์ได้มากขึ้น

วิศวินท์ กล่าวถึงมุมมองที่มีต่อภาคท่องเที่ยวว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีขาขึ้นและลงอย่างผาดโผนที่สุดเมื่อเทียบกับทุกอุตสาหกรรม เมื่อคนทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ก็จะเริ่มกระทบกับการท่องเที่ยวก่อน แต่เป็นความโชคดีของแหล่งท่องเที่ยวในไทย ที่เมื่อได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อะไรก็มักจะกลับมาได้เร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่อาจต้องใช้เวลา 3-4 ปีกว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากรัฐและเอกชนที่ร่วมมือกันเปลี่ยนทิศทางในการเจาะตลาดได้ทันควัน ในช่วงที่ตลาดหนึ่งมีปัญหา ก็ช่วยกันเจาะตลาดใหม่ทดแทนได้รวดเร็ว

ขณะที่แนวทางการทำงานที่ใช้เมื่อต้องเข้ามาช่วยดูแลโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ปแตกต่างจากธุรกิจที่เคยทำงานมาก่อนคือ ต้องพยายามรู้ถึงปัญหาจริงให้ได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับคนที่ทำงานบริหารระดับบน เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ปัญหาต่างๆ จะถูกคัดกรองจากพนักงานระดับรองลงมาจนระดับบนไม่สามารถรู้ได้ สิ่งที่ต้องทำคือต้องเข้าให้ถึงจุดที่จะทราบข้อมูลเบื้องลึกได้จริง แล้วใช้ข้อมูลนั้นในการตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเป็นกลาง ซึ่งก็เป็นโชคดีที่สมัยยังเป็นนักศึกษาอยู่ เคยเข้ามาช่วยงานในโรงแรมเป็นพนักงานส่วนหน้า และพนักงานในส่วนอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้เรียนรู้ปัญหาจากการทำงานจริงได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

ด้านความท้าทายจากการเข้ามาทำงานนี้คือ จะทำอย่างไรให้พนักงานซึ่งเห็นเรามาตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งเปลี่ยนสถานภาพตัวเองมาเป็นผู้บริหารจะยอมรับในตัวของเรา แต่ด้วยความที่เข้ามาคลุกคลีกับธุรกิจตั้งแต่เด็กๆ ในส่วนงานต่างๆ เมื่อต้องเข้ามาช่วยดูแลอย่างจริงจังจึงเข้าใจธุรกิจได้ดีและทำให้พนักงานเห็นในความตั้งใจในการทำงานที่มี

วิศวินท์ไม่ใช่เพียงหลานชายที่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจโรงแรมในเครือเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยกะตะกรุ๊ปในการเตรียมตัวเพื่อระดมทุนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพราะวิศวินท์มีประสบการณ์ทำงานใกล้ชิดกับบริษัทหลักทรัพย์มาอยู่แล้ว ทำให้กะตะกรุ๊ปเตรียมพร้อมได้ง่ายขึ้น

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูว่าคลื่นลูกใหม่ของกะตะกรุ๊ป จะนำประสบการณ์ที่มีผลักดันให้กะตะกรุ๊ป ขยายตัวได้จนถึงระดับใด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะได้เห็นกะตะกรุ๊ป ก้าวเท้าออกจากรั้วประเทศไทยปักธงแบรนด์โรงแรมไทยในต่างแดนแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ