
หัวเว่ย มองอนาคต 4จี ส่องเทคโนโลยีมาแรง
ภาพของการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับ 4จี นั้น นอกจากเรื่องของการใช้งานดาต้าหรือโซเชียลมีเดียแล้ว
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ภาพของการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับ 4จี นั้น นอกจากเรื่องของการใช้งานดาต้าหรือโซเชียลมีเดียแล้ว ยังมีประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกมากที่ยังไม่เคยรู้ และเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ซึ่ง 4จี จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์อนาคตในด้านที่หลากหลายกว่าที่คิด
วรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายเน็ตเวิร์คโซลูชั่น บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี กล่าวว่า ในอนาคตอุปกรณ์สื่อสารทุกอย่างจะเชื่อมต่อการทำงานกันง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป แวร์เอเบิลดีไวซ์ ไอแพด บลูทูธ เกมเซตและทีวี และจะมีประชากรกว่า 70% ที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อเหล่านี้ 5 ชิ้น/คน ในอีก 50% จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อ 3 ชิ้น/คน และสัดส่วนกว่า 30% จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อ 3 ชิ้น/คน นั่นทำให้เห็นภาพว่า มนุษย์ใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น
“ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ 4จี แอลทีอี และมีผู้ให้บริการเพียง 2 รายเท่านั้น ทำให้ราคาสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4จี ในช่วงแรกจะยังสูงอยู่ แต่เมื่อหลังเสร็จสิ้นการประมูล การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะมากขึ้น กว่าจะเข้าที่เข้าทางเหมือน 3จี ในตอนนี้ ต้องรออย่างน้อย 2-3 ปี เมื่อถึงเวลานั้นสมาร์ทโฟนในตลาดโลกกว่า 80% ราคาจะลดลงเหลือหลัก 2,000-3,000 บาทเท่านั้น” วรกาน กล่าว
ก่อนหน้านี้จะทราบกันดีว่า 4จี แอลทีอี นั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานเสียง ทำให้ต้องนำเทคโนโลยี VoLTE (Voice over LTE) เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งานเสียงผ่านแอพพลิเคชั่นหรือฟีเจอร์ในมือถือ ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน VoLTE แล้วกว่า 186 รุ่นทั่วโลก มีการใช้งานแล้ว 16 ราย และในไทยก็มีเพียงดีแทครายเดียวที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานก่อนสิ้นปีนี้
พชรธรรม์ พลอัครวัตน์ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายโซลูชั่นไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี กล่าวว่า ข้อถกเถียงเรื่องคลื่นความถี่หรือสเปกตรัมที่ควรนำมาใช้งานนั้น หากมองเรื่องความแพร่หลายของการนำไปใช้งานร่วมกับ 176 ประเทศทั่วโลก ควรเลือกคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพราะส่งข้อมูลได้ราบรื่นและรวดเร็วมากกว่า 20 เท่า รองลงมาคือ คลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีกว่า 97 เครือข่ายทั่วโลกนิยมใช้งาน แต่ถ้าจะให้ดีควรมีทั้งสองคลื่น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละท้องที่ได้ราบรื่นขึ้น และจำนวนของคลื่นที่ควรมีให้โอเปอเรเตอร์นำไปใช้งานต้องไม่น้อยกว่า 80 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อของผู้บริโภคที่มีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
“เทคโนโลยีแอลทีอีนั้นค่ายที่เปิดให้บริการ 4จี อยู่แล้วอาจจะลงทุนใหม่น้อยกว่าค่ายที่ยังไม่มี และจะเปิดให้บริการได้ในเวลาเพียง 6 เดือน เพราะแค่อัพเกรดซอฟต์แวร์ร่วมกับการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเดิมก็จะเปิดให้บริการได้แทบทันทียิ่งโอเปอเรเตอร์ที่มีคลื่นเยอะ จะช่วยให้ออกแบบโครงสร้างการทำงานของคลื่นได้หลากหลายกว่า” พชรธรรม์ กล่าว
นอกจากนี้ ต้องเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุค 4.5จี เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ 3 หมื่นล้านชิ้นพร้อมกัน ในระยะเวลาตอบสนอง 10 มิลลิวินาที นั่นแสดงว่า อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์จะใกล้เข้ามาทุกที เพราะ 4.5จี จะรองรับการเชื่อมต่อผ่านเครื่องจักรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านง่ายขึ้น รวมทั้งการสื่อสารแบบวิดีโอคอลที่ไม่ต้องใช้แอพพลิเคชั่ืนช่วยให้ประหยัดได้มากกว่าเดิม







