
'เวียดนาม'เสือตัวใหม่ โอกาสทุนไทยปักธง
เวียดนามจะเป็น "เสือ" ตัวใหม่ของอาเซียน คือสิ่งที่บรรดากูรูด้านต่างๆ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
เวียดนามจะเป็น "เสือ" ตัวใหม่ของอาเซียน คือสิ่งที่บรรดากูรูด้านต่างๆ ฟันธงตรงกันเกี่ยวกับอนาคตของเวียดนามที่เป็นเป้าหมายลงทุนแถวหน้าในสายตาต่างชาติ
อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ฉายภาพดังกล่าวให้เห็นชัดขึ้นว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านแรงงาน ผลิตภาพ สิทธิพิเศษภาษีจีเอสพี และสิทธิพิเศษจากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ ทำให้ภาพรวมต้นทุนทางธุรกิจต่ำ
ขณะเดียวกันยังมีนิคมและเขตอุตสาหกรรมมากกว่า 200 แห่ง กระจายตัวอยู่ตัวประเทศ และด้วยความที่ประเทศลักษณะเป็นรูปตัวเอสยาว ทำให้สภาพอากาศและภูมิประเทศแตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ได้
“เวียดนามกำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมการคมนาคมขนส่งในแต่ละภาคของประเทศ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนธุรกิจต่ำลงอีก ที่สำคัญเวียดนามทำเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ไปแล้วกว่า 19 ฉบับ และกำลังจะทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันของเวียดนามมากขึ้น" อัทธ์แจกแจง
สำหรับอุตสาหกรรมที่เวียดนามจะเข้ามาแข่งขันกับไทยเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มากขึ้น คือ อุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้า สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอัญมณี และธุรกิจค้าปลีก
อย่างไรก็ดี ไม่ควรมองว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ประกอบการไทยสามารถใช้จุดแข็งของเวียดนามเป็นช่องทางขยายตลาดและฐานการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของการส่งออกไทยในอนาคต
ในฝั่งของภาคเอกชนที่เข้าไปปักธงในเวียดนามได้สำเร็จแล้วนั้น ราเกซ ซิงห์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนากลยุทธ์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ชี้ว่า เวียดนามไม่มีปัจจัยลบต่อการลงทุนของผู้ประกอบการไทย เป็นเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี มีแรงงานจำนวนมาก ค่าแรงถูก ขยันทำงาน และสนใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่า ตอนนี้แนวโน้มธุรกิจในเวียดนามจะมีการซื้อและควบรวมกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ จะต้องระมัดระวังเรื่องความโปร่งใสใสการทำธุรกิจด้วย
ด้าน ณัฐกาญจน์ สำราญกิจ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ที่ได้เข้าไปขยายตลาดในเวียดนามเมื่อปี 2555 และปัจจุบันเป็นเจ้าของห้างโรบิน 2 สาขา ในฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้ แนะนำว่า ยังมีโอกาสเปิดกว้างในธุรกิจค้าปลีกของเวียดนาม แต่ก่อนไป จะต้องสำรวจตลาดให้ดี เพราะเวียดนามมีการแข่งขันในตลาดนี้สูงมาก เป็นประเทศที่มีร้านค้าย่อยสองข้างถนนจำนวนมาก ซึ่งคนเวียดนามพร้อมที่จะเข้าไปซื้อตลอดเวลา
"ชาวเวียดนามส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ สามารถขับไปจอดหน้าร้านค้า แล้วเดินลงไปซื้อของได้เลย การแข่งขันของตลาดนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้น" ณัฐกาญจน์ อธิบาย
ธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไป ธนาคารกรุงเทพ สาขาโฮจิมินห์ ซิตี้ ตอกย้ำถึงอนาคตที่สดใสในเวียดนามว่า เวียดนามเป็นเวอร์จิ้น มาร์เก็ตที่่พุ่งแรงมาก และจะมีอัตราการเติบโตระดับนี้ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี จึงเป็นโอกาสที่ต้องรีบคว้าไว้
"จากประสบการณ์ ผมเห็นว่า คนไทยสนใจไปดูลู่ทางลงทุนในเวียดนามเยอะมาก แต่เข้าไปลงทุนจริงไม่ถึง 1% ตอนนี้เป็นโอกาสที่เหมาะเข้าไปลงทุน หากช้ากว่านี้อาจไม่มีที่ยืนแล้ว" ธาราบดี ทิ้งท้าย







