posttoday
สั่งค้าปลีกแจงต้นทุนจานด่วน

สั่งค้าปลีกแจงต้นทุนจานด่วน

14 สิงหาคม 2558

"พาณิชย์" สั่งห้างค้าปลีกแจงต้นทุนจานด่วนในศูนย์อาหาร หลังพบต้นทุนลดราคาขายไม่ลด

"พาณิชย์" สั่งห้างค้าปลีกแจงต้นทุนจานด่วนในศูนย์อาหาร หลังพบต้นทุนลดราคาขายไม่ลด

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมากรมได้ขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ส่งรายละเอียดต้นทุนร้านอาหารในศูนย์อาหารทั้งหมดมาให้พิจารณาอย่างช้าที่สุดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อหาแนวทางปรับลดราคาขายลง หลังจากต้นทุนด้านต่างๆ ลดลงมาก โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้มที่ลดลงกิโลกรัม (กก.) ละ 1 บาท และวัตถุดิบในการปรุงอาหารทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ผักชนิดต่างๆ ฯลฯ

ทั้งนี้ หลังได้ข้อมูลแล้วในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการมาหารือว่าต้นทุนต่างๆ ที่นำเสนอมามีความเหมาะสมหรือไม่ หากพิจารณาแล้วไม่เหมาะสม เช่น ค่าส่วนแบ่งการขาย ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า จะขอให้ปรับลดลงมา เพื่อจะทำให้ต้นทุนของอาหารจานด่วนลดลงและทำให้ผู้ค้าสามารถลดราคาลงได้อีก ส่วนการขอความร่วมมือให้มีร้านหนูณิชย์ พาชิม ในศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้านั้น ได้ขอความร่วมมือขยายระยะเวลาไปถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้

"กรมไม่ต้องการนำกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแลราคาอาหารจานด่วน เพราะเป็นเรื่องยาก และที่ผ่านมาเคยนำกฎหมายมาดูแลแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นเพื่อให้มีความเหมาะสม กรมต้องการหารือกับทางห้างเพื่อหาราคาอาหารที่เหมาะสมเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากที่สุด" นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

สำหรับกระแสข่าวที่ว่าราคาอาหารจานด่วนปรับขึ้นราคาจานละ 5-10 บาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยภาคใต้มีราคาแพงที่สุดนั้นเป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่กรมได้ลงพื้นที่ไปสำรวจราคา ซึ่งยังเป็นข้อมูลดิบ ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ รายละเอียดที่แท้จริง โดยขณะนี้ราคาอาหารบางรายการปรับลดลง เช่น ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ผัดผักรวมมิตร  ข้าวไข่เจียว ที่ลดลงกว่า 25% เพราะราคาหมู เนื้อไก่ ผักลดลง

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า กรมได้เดินหน้าผลักดันให้เกิดร้าน หนูณิชย์ พาชิม เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคอาหารจานด่วนได้ในราคาไม่เกินจานละ 35 บาท ซึ่งล่าสุดได้หารือกับหอการค้าไทยเพื่อขอความร่วมมือประสานไปยังหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เชิญชวนสมาชิกที่เป็นห้างค้าปลีกค้าส่งในท้องถิ่นลดราคาขายสินค้า หรือทำบัตรสมาชิก เพื่อจัดทำโปรโมชั่นให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการหนูณิชย์ พาชิม ในพื้นที่ได้ซื้อสินค้าราคาถูก ซึ่งจะทำให้สามารถขายอาหารจานด่วนได้ตามราคาแนะนำไม่เกินจานละ 35 บาท

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มร้านหนูณิชย์ พาชิม ในต่างจังหวัดให้ได้เป็น 1 หมื่นแห่ง ภายใน 1 ปีนับจากนี้หรือประมาณเดือน ก.ย. 2559 จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วกว่า 3,000 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,600 แห่ง ส่วนที่เหลือกระจาย อยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น คาดว่าจะยังไม่มีสินค้ารายการใดปรับลดราคาลงภายหลังราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่งปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลกระทบราคาน้ำมันดีเซลที่มีผลต่อราคาสินค้า พบว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงจาก 29.99 บาท/ลิตร เหลือ 23.29 บาท/ลิตร หรือลดลง 22.34% มีผลทำให้ต้นทุนราคาสินค้าลดลงเพียง 0.1-1% เท่านั้น โดยสินค้าที่ต้นทุนลดลง 0.1% เป็นกลุ่มสินค้าน้ำหนักเบา เช่น เส้นหมี่ ผงชูรส ผงซักฟอก ยาสีฟัน สบู่ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ต้นทุนลดลง 1% จะเป็นสินค้าหนัก เช่น คอนกรีตบล็อก ปูนซีเมนต์ เหล็ก หมวกกันน็อก เป็นต้น

"แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวลดลงแต่ลดลงไม่มากนัก และต้นทุนค่าขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตสินค้าเท่านั้น โดยต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่วัตถุดิบมีสัดส่วน 70-80% ที่เหลือเป็นต้นทุนค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าเช่าโกดัง ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น กรมก็ไม่ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้า"

รายงานข่าวจากบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล แจ้งว่า ขณะนี้บริษัทยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิมพร้อมกับตรึงราคาอาหารต่างๆ ในฟู้ดคอร์ตตามการขอความร่วมมือของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ จากเดิมจะสิ้นสุด ในวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา และให้ความร่วมมือกับแคมเปญ"หนูณิชย์ พาชิม" เมนูละ 35 บาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท