
ประกันชีวิต 6 เดือนแรกเบี้ยรวมโต 2.8%
ครึ่งปีแรกของปี 58 เบี้ยประกันชีวิตรับรวมกว่า 2 แสนล้านบาท โต 2.8 %
ครึ่งปีแรกของปี 58 เบี้ยประกันชีวิตรับรวมกว่า 2 แสนล้านบาท โต 2.8 %
นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม ตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2558 มีทั้งสิ้น 262,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกัน 2.79%
ทั้งนี้ แยกเป็น เบี้ยปีแรก 5.74 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ซึ่งอัตราการเติบโตยังคงชะลอตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีการเพิ่มขึ้น 13% โดยมาจากช่องทางการขายผ่านธนาคาร 2.97 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วน 51.80% ของเบี้ยปีแรกทั้งหมด มาจากช่องทางตัวแทน 2.32 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วน 40.43% มาจากช่องทางขายตรง 2,339.83 ล้านบาท มีสัดส่วน 4.08% และช่องทางอื่นๆ 2,119.02 ล้านบาท มีสัดส่วน 3.69%
ส่วนเบี้ยต่ออายุ มีจำนวน 1.80 แสนล้านบาท อัตราการต่ออายุลดลงเหลือ 83% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 87% โดยมาจากช่องทางการขายผ่านตัวแทน 9.79 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 54.22% ของเบี้ยต่ออายุทั้งหมด มาจากช่องทางการขายผ่านธนาคาร 7.15 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 39.64% มาจากช่องทางอื่นๆ 5,647.71 ล้านบาท คิดเป็น 3.13% ขายตรง 5,428.88 ล้านบาท คิดเป็น 3.01% ของเบี้ยต่ออายุทั้งหมด ด้านเบี้ยชำระครั้งเดียวมีจำนวน 2.48 หมื่นล้านบาท ลดลง 34% รวมเบี้ยใหม่ 82,276 ล้านบาท ลดลง 10.75 % จากระยะเวลาเดียวกันในปีก่อน
สำหรับ เบี้ยรับรวม 2.62 แสนล้านบาท มาจากช่องทางการขายผ่านช่องทางตัวแทน 1.26 แสนล้านบาท มีสัดส่วน 48.03% ของเบี้ยรวมทั้งหมด มาจากช่องทางการขายผ่านธนาคาร 1.18 แสนล้านบาท มีสัดส่วน 45.09% ช่องทางอื่นๆ 1.02 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 3.91% และ ช่องทางขายตรง 7,799.50 ล้านบาท มีสัดส่วน 2.97% ของเบี้ยรับรวมทั้งหมด
ทั้งนี้ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มีเบี้ยปีแรกงวด 6 เดือนแรกของปี 2558 จำนวน 1.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% บริษัทเอไอเอ ประเทศไทย มีเบี้ยปีแรก 9,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 7,212.9 ล้านบาท ลดลง 1% บริษัทกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต มีเบี้ยปีแรก 7,172.7 ล้านบาท ลดลง 11% และ บริษัทไทยประกันชีวิต มีเบี้ยปีแรก 6,695.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%
สำหรับ บริษัทที่มีเบี้ยรับรวม 5 อันดับแรก ประกอบด้วย บริษัทเอไอเอ ประเทศไทย 5.51 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต 4.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% บริษัทไทยประกันชีวิต 3.19 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 2.89 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และ บริษัทกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต 2.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%
ขณะที่ กลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรับรวมตั้งแต่ระดับ 1,000 ล้านบาท 5 อันดับ บริษัท เอซไลฟ์ แอสชัวรันซ์ มีเบี้ยรวม 1,334.6 ล้านบาท ลดลง 9% บริษัทไทยคาร์ดิฟ ประกันชีวิต 1,665 ล้านบาท ลดลง 22% บริษัทโตเกียวมารีน ประกันชีวิต (ประเทศไทย) มีเบี้ยรับรวม 1,964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% บริษัททิพยประกันชีวิต มีเบี้ยรับรวม 2,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ประเทศไทย) เบี้ยรวม 2,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48%
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า อัตราการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง แต่ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 1/58 อย่างมีนัยสำคัญของทั้งเบี้ยประกันชีวิตรับรวมและเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยประกันชีวิตรับรวมมีอัตราการเติบโตที่ลดลง นั้นมาจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายนอกประกอบด้วยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลง การมีอัตราค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง
ขณะเดียวกัน ยังมีผลต่อการชะลอตัวลงของการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่งผลต่อการชะลอตัวของเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว(MRTA) ส่วนปัจจัยภายในหลักๆ มาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารการขายของแต่ละบริษัทประกันชีวิต ให้มีความเหมาะสมกับสภาวะการณ์ปัจจุบัน พร้อมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัทอีกด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ ก็มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่ถึงชะลอตัวเล็กน้อย จากการที่มีกรมธรรม์ที่ครบกำหนดชำระแต่ยังคงมีความคุ้มครองอยู่เป็นจำนวนมาก จากปัจจัยดังกล่าว สมาคมจึงคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตในครึ่งปีหลัง ของปี 2558 จะยังมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราเติบโตที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งสมาคมได้ปรับลดอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2558 จาก 13% เมื่อต้นปี เป็น 7% จำนวนเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 539,000 ล้านบาท
ที่มา กราฟฟิค สมาคมประกันชีวิตไทย







