
ลงทุนจมปลัก ผลผลิตไม่ฟื้น
สภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้กำลังเข้าสู่ความฝืดเคือง เนื่องจากเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจติดขัดไปหมด การส่งออกติดลบอย่างหนัก การอุปโภคบริโภคซบเซา ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนนั้นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ครึ่งปีแรกติดลบไปแล้ว 3.7% เฉพาะเดือน มิ.ย. 2558 หดตัวถึง 8% ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จากเดือน มี.ค. 2557 หดตัวต่ำสุด 10.5%
สภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้กำลังเข้าสู่ความฝืดเคือง เนื่องจากเครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจติดขัดไปหมด การส่งออกติดลบอย่างหนัก การอุปโภคบริโภคซบเซา ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนนั้นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ครึ่งปีแรกติดลบไปแล้ว 3.7% เฉพาะเดือน มิ.ย. 2558 หดตัวถึง 8% ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จากเดือน มี.ค. 2557 หดตัวต่ำสุด 10.5%
ล่าสุด นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาส 3 ของปี ยังมีแนวโน้มติดลบต่อเนื่อง แม้ว่าอาจดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 2 ที่ติดลบมากถึง 7.6% จนทำให้ครึ่งปีแรกติดลบไปแล้วถึง 3.7% โดยปัจจัยบวกต่อผลผลิตอุตสาหกรรมคือ ตลาดคู่ค้าของไทยในภูมิภาคอาเซียนที่ยังขยายตัวอยู่เล็กน้อย และเพื่อนบ้านที่ยังมีความนิยมสินค้าที่ผลิตในไทย แม้จะยังไม่มากนัก แต่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมได้
อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้กำลังผลิตในไตรมาส 3 นั้น คาดการณ์ว่าจะไม่ขยายตัวมากนัก แต่มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา และนับจากนี้ไปจะเห็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เดือน เม.ย.กำลังผลิตตกต่ำสุดในรอบครึ่งปีอยู่ที่ 52.68% และเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในเดือน พ.ค.ท่ี่ 56.94% และเดือน มิ.ย.ที่่ 57% จึงคาดว่าเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 สถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นการขยายตัวในระดับต่ำ
นายอุดม ชี้แจงว่า สาเหตุที่อัตราการใช้กำลังผลิตไม่ขยายตัว เนื่องจากภาคเอกชนยังไม่มีการขยายกำลังการผลิต เพราะคำสั่งซื้อที่เข้ามาช่วงนี้ยังมีไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งโลกชะลอตัว จึงต้องจับตาดูช่วงปลายไตรมาส 3 เข้าสู่ไตรมาส 4 ที่ภาคอุตสาหกรรมจะมีกำลังการผลิตมากที่สุด จากคำสั่งซื้อทั่วโลกที่เข้ามามากที่สุด โดยจะทบทวน MPI อัตราการใช้กำลังการผลิต และจีดีพีอุตสาหกรรมหลังสิ้นสุดไตรมาส 3
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนของภาคเอกชนจะอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 ปี และคาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2560 ตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยยอดผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในปี 2556 กว่า 1.1 ล้านล้านบาท และในปี 2557 มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท อาจจะมี 20-30% ที่จะลงทุนตั้งโรงงานภายในปีนี้ อาจมีบางส่วนที่จะขอยืดเวลาการลงทุนออกไป







