
มาเป็นลูกกตัญญู กันดีกว่า
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์ ,CFP
โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์ ,CFP
ยิ่งเข้าใกล้วันแม่ทีไร ก็รู้สึกอบอุ่นใจที่คนไทยยังรักและระลึกถึงพระคุณของแม่ ยิ่งปีนี้ยิ่งเห็นคนเข้าร่วมโครงการ Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่กันมาก ก็ยิ่งอุ่นใจ หลายๆ คนก็จะใช้วันแม่พาคุณแม่ไปทานข้าวนอกบ้านที่ร้านอร่อยๆ จะเห็นได้ว่าวันแม่ทีไร ร้านอาหารเต็มทุกร้านเลย
นอกจากพาแม่ไปกินข้าวแล้ว วันนี้ขอเสนออีกช่องทางหนึ่งสำหรับลูกกตัญญูที่จะได้ทดแทนคุณพ่อคุณแม่ (รวมถึงพ่อแม่ของคู่สมรส) ซึ่งก็คือ การดูแลสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เนื่องจากท่านอายุมากขึ้น โอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีมากขึ้น ซ้ำค่ารักษาพยาบาลก็แพงขึ้นจนเราต้องกุมขมับ (ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยแพงขึ้นปีละ 7-8%) ทำอย่างไรดีพ่อแม่เราเราก็รัก อยากให้ท่านหายเจ็บหายป่วย แต่ติดปัญหาเรื่องเงิน (เชื่อมั้ย ปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลนี่ยิ่งใหญ่มาก เพราะที่อเมริกา 50% ของคนล้มละลายที่นั่นมีสาเหตุมาจากไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษาพยาบาล)
วิธีหนึ่งที่จะช่วยเราเรื่องค่ารักษาพยาบาลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้ก็คือ การซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ท่านเลย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลท่านก็เข้าใจดี และส่งเสริมให้พวกเราได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูได้อย่างเต็มที่ จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ โดยตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ได้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพ ให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร เพื่อเอาประกันภัยสำหรับบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ในปีภาษีนั้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กรมสรรพากรก็ไม่ได้ให้ง่ายๆ ซะทีเดียว แต่มีหลักเกณฑ์กำหนดดังนี้
· บิดาหรือมารดาแต่ละคนมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกินสามหมื่นบาท ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท บิดาหรือมารดาคนไหนมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท ในปีภาษีไหน ลูกก็สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้ไปยกเว้นภาษีได้ อ้อ มีหลายคนเข้าใจผิดว่า พ่อแม่ต้องอายุเกิน 60 ปี จริงๆ พ่อแม่จะอายุเท่าไหร่ก็ได้ครับ ขอแค่เงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท ในปีภาษีนั้นก็พอ
· ผู้มีเงินได้หรือสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้จะต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
· กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพสำหรับบิดามารดาดังกล่าว ให้ผู้มีเงินได้ทุกคนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้ร่วมกันจ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าลูกแต่ละคนสามารถยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อ 15,000 บาท และแม่ 15,000 บาท แต่หมายถึงลูกทุกคนรวมกันสามารถยกเว้นเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อได้ 15.000 บาท และแม่ 15,000 บาท การยกเว้นเงินได้ ก็เฉลี่ยเบี้ยประกันไปตามส่วนของผู้มีเงินได้ตามที่จ่ายไปจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น มีพี่น้อง 4 คน ทั้ง 4 คนเฉลี่ยเงินเท่าๆ กัน ซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อหรือคุณแม่ โดยชำระเบี้ยรวมกัน 15,000 บาท ทุกคนก็จะสามารถยกเว้นเงินได้สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่นี้เท่ากับคนละ 3,750 บาท
สำหรับรูปแบบของการประกันสุขภาพที่กรมสรรพากรให้สิทธิประโยชน์ ก็จำกัดเฉพาะ
(1) การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
(2) การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
(3) การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
(4) การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)
สำหรับหลักฐานที่จะใช้ยื่นกรมสรรพากรก็คือ ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย โดยต้องมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย (ชื่อพ่อ หรือ แม่)
(2) ชื่อ และนามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ชื่อลูกทุกคนที่ร่วมกันจ่ายเบี้ย)
(3) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับประกันภัย
(4) จำนวนเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพ (แยกตามชื่อลูกที่จ่ายเบี้ยเลย คนไหนจ่ายเท่าไหร่)
(5) จำนวนเงินที่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
เพราะฉะนั้น อย่าลืมบอกบริษัทประกันออกใบเสร็จรับเงินให้ถูกด้วยครับ ไม่งั้นจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอะไรเลย







