
กลุ่มสื่อดิจิทัล WORK น่าลงทุน
ฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลที่มีโอกาสเพิ่มมากขึ้น หลังช่องอะนาล็อกปัจจุบันมีแผนที่จะทยอยยุติออกอากาศภายในปี 2561 ภายใต้แนวโน้มดังกล่าวช่องทีวีดิจิทัลที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด คือ workpointTV ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องที่มีเรตติ้งทีวีดิจิตัลดีที่สุด และฐานผู้ชมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557-ก.ค. 2558 ไต่อันดับขึ้นจาก 6 เป็นอันดับ 3 ของฟรีทีวีที่มีผู้ชมสูงสุด โดยเรตติ้งขยับขึ้นจาก 0.253 เป็น 0.884
ฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลที่มีโอกาสเพิ่มมากขึ้น หลังช่องอะนาล็อกปัจจุบันมีแผนที่จะทยอยยุติออกอากาศภายในปี 2561 ภายใต้แนวโน้มดังกล่าวช่องทีวีดิจิทัลที่น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด คือ workpointTV ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องที่มีเรตติ้งทีวีดิจิตัลดีที่สุด และฐานผู้ชมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือน เม.ย. 2557-ก.ค. 2558 ไต่อันดับขึ้นจาก 6 เป็นอันดับ 3 ของฟรีทีวีที่มีผู้ชมสูงสุด โดยเรตติ้งขยับขึ้นจาก 0.253 เป็น 0.884
ขณะที่อัตราค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยปี 2557 ที่ไม่เกินถึง 1.5 หมื่นบาท เป็น 3.1 หมื่นบาท/นาที ในงวดไตรมาสแรก ปี 2558 และขึ้นเป็น 3.3 หมื่นบาท/นาที ในงวดไตรมาส 2 ปี 2558 รวมทั้ง Utilization Rate ที่เพิ่มขึ้นจาก 55% ในงวดไตรมาสแรก ปี 2558 เป็น 75% ในงวดไตรมาส 2 ปี 2558 ทำให้ผลประกอบการน่าจะพลิกจากขาดทุน 1 ล้านบาท ในงวดไตรมาสแรก ปี 2558 เป็นกำไร 80 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 2 ปี 2558 และจะดีขึ้นต่อเนื่องในงวดไตรมาส 3 ปี 2558 ตามเรตติ้งผู้ชมที่เพิ่มขึ้น
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดกำไรปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนหน้า 7.3 เท่าตัว มาอยู่ที่ 240 ล้านบาท และจะเติบโตอีก 72% ในปีถัดไป ดังนั้นจึงเลือกหุ้นบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) มูลค่าที่เหมาะสม 45 บาท เป็นหุ้นที่เลือกลงทุนในกลุ่มสื่อ
ดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส (RS) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้เม็ดเงินโฆษณาจากสินค้าและบริการได้รับผลกระทบตามไปด้วย ในสภาวะที่เม็ดเงินโฆษณาหดตัวเช่นนี้ ช่องทีวีที่ได้รับความนิยมสูง มีเรตติ้งในอันดับท็อปของประเทศอย่าง “ช่อง 8” “ช่อง 2” “สบายดีทีวี” และ “You Channel” ได้เปรียบคู่แข่งในการแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณา และมีความสามารถในการแข่งขันสูง ซึ่งสะท้อนออกมาในผลการดำเนินงานไตรมาส 2
ไตรมาส 2 ปี 2558 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 835.8 ล้านบาท มาจาก 3 ธุรกิจหลักด้วยกัน ได้แก่ ธุรกิจสื่อ 588.5 ล้านบาท ธุรกิจเพลง 86 ล้านบาท และธุรกิจอีเวนต์ 95.2 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้สามารถทำกำไรสุทธิเท่ากับ 42.2 ล้านบาท เป็นสัญญาณอันดีต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะสดใสรับอานิสงส์จากธุรกิจสื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดยมี “สถานีโทรทัศน์ช่อง 8” เป็นหัวหอกทำรายได้หลัก
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของ “ธุรกิจสื่อ” มีรายได้ 588.5 ล้านบาท ลดลง 48% แต่หากไม่นับรวมรายได้การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์ยังคงเติบโต 28% และธุรกิจวิทยุเติบโต 18% โดยเฉพาะ “ธุรกิจโทรทัศน์” ที่ทุกช่องของอาร์เอส ได้แก่ “ช่อง 8” “ช่อง 2” “สบายดีทีวี” และ “You Channel” มีการพัฒนาคุณภาพรายการให้โดนใจผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรตติ้งของทุกช่องเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้เป็นผลมาจากคอนเทนต์มากกว่า 90% บริษัทเป็นผู้ดำเนินการผลิต ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และมีความคุ้มค่าในการลงทุนคอนเทนต์ที่สูงกว่า
“สถานีโทรทัศน์ช่อง 8” มีเรตติ้งเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาแชมป์อันดับ 4 ของประเทศไว้ได้ และยังสามารถขยายกลุ่มคนดูในเมืองและหัวเมืองใหญ่ได้สำเร็จ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ทุกเดือน ทำให้ผังรายการมีคุณภาพและความหลากหลาย อาทิ การเพิ่มเวลาออกอากาศละครจาก 3 วัน เป็น 5 วัน/สัปดาห์ โดยไตรมาสนี้ละครที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ “ลิเกหมัดสั่ง” และ “เพลิงพ่าย”
อีกทั้งยังเพิ่มคอนเทนต์ประเภทซีรี่ส์อย่าง “หลวงพี่ดิจิตอล” และ “ลุ้นรักข้ามรั้ว” ออกอากาศในวันเสาร์และอาทิตย์ ทำให้ดึงสายตาคนดูคอละครมาอยู่ในวันหยุดเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มคอนเทนต์รายการข่าวกระจายออกอากาศตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันได้เพิ่มและพัฒนาคอนเทนต์รายการวาไรตี้ให้มีความเข้มข้นและหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการกีฬาจากต่างประเทศ ได้แก่ “ศึกมวยโลก ช่อง 8 HBO Boxing” และ “UFC มวยกรง 8 เหลี่ยม” อีกด้วย
“สถานีโทรทัศน์ช่อง 2” ได้มีการพัฒนาและปรับรูปแบบของช่อง โดยการเพิ่มคอนเทนต์และชูคอนเซ็ปต์เป็น “สถานีข่าวลึก บันเทิงร้อน” นำเสนอรายการรูปแบบใหม่ที่เข้มข้น เจาะลึก ทันเหตุการณ์มากที่สุดและเร็วที่สุดในประเทศ มุ่งขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์สนใจข่าวความเคลื่อนไหวที่มีสีสันของวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้ชมเพิ่มมากขึ้น
ด้านผลการดำเนินงานของ “ธุรกิจเพลง” เป็นไปตามคาดหมาย ส่วนหนึ่งมาจากการจำหน่ายแผ่นเพลงและยอดดาวน์โหลด อีกส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการให้บริการมิวสิค สตรีมมิ่ง (Music Streaming) และยูทูบ (YouTube) รวมถึงการจับมือกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “ไลน์ (LINE)” ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นแชตจากประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ มองว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะสดใสกว่าครึ่งปีแรก โดยยังมี “สถานีโทรทัศน์ช่อง 8” เป็นหัวหอกสำคัญ เนื่องด้วยมีแผนในการเติมคอนเทนต์ลงใน “ช่อง 8” อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเตรียมผลิตละครใหม่อีกกว่า 10 เรื่อง







