posttoday
ทำไมต้องเปลี่ยนเถ้าแก่เป็นซีอีโอ มืออาชีพ ‘ตอน 1’

ทำไมต้องเปลี่ยนเถ้าแก่เป็นซีอีโอ มืออาชีพ ‘ตอน 1’

13 สิงหาคม 2558

โดย...ธนกร สังขรัตน์ ([email protected]) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตติ้ง ไดอ๊อกไซด์

โดย...ธนกร สังขรัตน์ ([email protected]) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตติ้ง ไดอ๊อกไซด์

ในโลกปัจจุบันเงื่อนไขการแข่งขันเปลี่ยนจาก “ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก” คือ ความได้เปรียบจากความใหญ่ที่มาจากขนาดการผลิตใหญ่กว่า (Economy of Scale) มาสู่ “ยุคปลาเร็วกินปลาช้าหรือปลาที่เซื่องซึม” ยุคที่ขนาดไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความเร็วสำคัญกว่า (Economy of Speed)

องค์กรที่จะอยู่รอดและโตได้คือ องค์กรที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว John F.Welch หรือแจ๊ก เวลช์ ซูเปอร์ซีอีโอศตวรรษที่ 20 ของ General Electric เคยกล่าวว่า ธุรกิจที่จะอยู่รอดในการแข่งขันยุคใหม่ต้องมีอัตราการเปลี่ยนแปลงในองค์กร “เร็วกว่า” นอกองค์กร

จะเห็นว่าในทศวรรษหนึ่งๆ มีผู้ประกอบการเกิดมาก แต่ที่อายุเกิน 10 ปี “หายากเต็มที” เนื่องจากบางรายเปลี่ยนธุรกิจที่ทำเรื่อยๆ แบบอยู่ไปวันๆ บางรายทำได้เพียงรักษาธุรกิจไว้แต่ไม่โต บางรายไม่ปรับตัว บางรายสำลักความสำเร็จถึงขั้นหนึ่งเริ่มเบื่อถึงกับเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น บางรายทำธุรกิจสักระยะคู่แข่งมาซื้อไป บางรายทำธุรกิจถึงระดับหนึ่งเริ่มโตแล้วไปต่อไม่ถูก ก็ขายกิจการไป และมีไม่น้อยที่ล้มหายไป เพราะเปลี่ยนตนเองให้เป็นมืออาชีพแบบบริษัทใหญ่ไม่ได้

หลายองค์กรที่เถ้าแก่บุกเบิกธุรกิจจนเติบใหญ่ เริ่มปล่อยมือให้ทายาทสืบทอดกิจการ แต่ทายาทไม่รักธุรกิจที่รุ่นคุณปู่หรือคุณพ่อสร้างไว้ รับสืบทอดกิจการเพราะจำใจ เป็นสาเหตุให้ไม่สามารถบริหารธุรกิจให้สำเร็จเหมือนคนรุ่นก่อนได้ อยู่ในประเภทพ่อทำรวย ลูกทำจน หลานทำเจ๊ง

หากจะตรวจสอบว่าธุรกิจอยู่ในภาวะเถ้าแก่เต็มรูปแบบเพียงใด ให้สังเกตว่าธุรกิจท่านมีอาการเหล่านี้หรือไม่ อาทิ เจ้าของกิจการมาสัมมนาหัวข้อดีมากๆ ไม่ได้ เพราะไม่มีคนคุมงานขยายสาขา ผละจากหน้างานมาไม่ได้งานจะเละทันที ต้องรับผิดชอบงานตั้งแต่ไม้จิ่มฟันยันเรือรบ ส้วมเต็มในออฟฟิศ พนักงานก็ยังโทรมารายงานว่าทำอย่างไรดี

ไม่สามารถหยุดคิด หยุดตัดสินใจ ทุกเรื่อง ทุกคำถาม ด้วยตัวเอง ไม่เคยไว้ใจใคร ไม่สามารถมอบหมายงานเพื่อแบ่งเบาภาระ ไม่สามารถปล่อยเป็นหน้าที่พนักงานที่ฉลาดกว่า เร็วกว่า และดีกว่า รับผิดชอบแทน ไม่เชื่อถือในตัวพนักงาน รวบอำนาจตัดสินใจไว้คนเดียว ต้องเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ทำงานไม่มีแบบแผน พนักงานไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไร ต่อต้านการมีโครงสร้างองค์กร ต่อต้านการพัฒนากระบวนการทำงาน

เมื่อผลงานสำเร็จ ท่านยกความดีให้ตัวเอง พอล้มเหลวหาคนรับผิดในองค์กร เลือกพนักงานจากการตั้งงานมาก่อนค่อยหาคนมาใส่ พร้อมเลี่ยงปัญหา ไม่พยายามแก้ไข เน้นเจอปัญหาน้อยที่สุด มองว่าองค์กรที่เลี่ยงปัญหา คือองค์กรที่ดีที่สุด พร้อมขยายธุรกิจในผลิตภัณฑ์ที่มีกระแสนิยมในตลาด ไม่มีแก่นแท้ หรือดำรงอยู่เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ธุรกิจไม่มีวัฒนธรรมองค์กร ไม่เคยปรับใช้เทคโนโลยีในองค์กร ไม่มีเว็บไซต์ด้วยซ้ำ อย่าให้พูดถึงสังคมออนไลน์ ไม่เคยสร้างทีมงาน ไม่ให้ความสำคัญผู้ฝึกสอนหรือโค้ช มีปัญหาสื่อสารในองค์กร บริหารจากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่เคยรับฟังพนักงานข้างล่าง ไม่วางแผนผู้สืบทอดกิจการ

เหล่านี้คือตัวอย่างธุรกิจที่เข้าข่ายอาการเถ้าแก่เต็มรูปแบบ ไม่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งนอกองค์กรและในองค์กร เราจะมาต่อกันถึงรูปแบบของธุรกิจแบบมืออาชีพหรือซีอีโอนั้นเป็นอย่างไรในครั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล