
กรุงเทพปล่อยกู้เวียดนามคึกคัก
แบงก์กรุงเทพมั่นใจ เศรษฐกิจเวียดนามแกร่ง ดันสินเชื่อโตตามเป้า 15-20%
แบงก์กรุงเทพมั่นใจ เศรษฐกิจเวียดนามแกร่ง ดันสินเชื่อโตตามเป้า 15-20%
นายธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไปสาขาในประเทศเวียดนาม ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า มั่นใจว่าปีนี้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อในเวียดนามเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 15-20% หลังจากครึ่งแรกของปีสินเชื่อเติบโต 7-8% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ปี 2557 สินเชื่อเติบโตเพียง 5% เนื่องจากเวียดนามอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ หลังจากแก้ปัญหาเสร็จสิ้นเศรษฐกิจเวียดนามกลับมาเติบโตในอัตราสูงและแข็งแกร่ง โดยครึ่งปีแรกจีดีพีเวียดนามเติบโต 6.5% เงินเฟ้อไม่ถึง 1% เทียบกับปี 2556 ที่เงินเฟ้อพุ่งไปถึง 20% ขณะที่การส่งออกครึ่งแรกปีนี้เติบโต 8% สินเชื่อทั้งระบบโต 7-8% จากเป้าหมายทั้งปี 14%
ทั้งนี้ ธนาคารได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ไหลเข้าเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนมองพื้นฐานเวียดนามดี การเมืองนิ่ง และคาดว่าจะมีผู้มีรายได้ปานกลางถึง 30 ล้านคน ในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นโอกาสที่ภาคธุรกิจจะตั้งฐานการผลิตเพื่อการบริโภคในเวียดนาม
นอกจากนี้ ผู้ส่งออกยังเห็นโอกาสจากการที่เวียดนามจะลงนามเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรป และกำลังเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งจะทำให้เวียดนามส่งออกไปประเทศที่มีความร่วมมือภาษีเป็น 0% โดยเอฟดีเอที่เข้าเวียดนามอันดับ 1 คือ เกาหลีใต้ รองลงมาคือ ญี่ปุ่น
นายธาราบดี กล่าวว่า ธุรกิจไทยที่ไปเวียดนามส่วนใหญ่ยังเป็นค้าขาย มีการตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าสินค้าไทยและกระจายสินค้าในเวียดนาม รวมทั้งกลุ่มสิ่งทอที่ไปตั้งโรงงานผลิต เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำในเวียดนามต่ำกว่าไทยถึง 50% แม้ว่าจะมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 16% จากเดือนละ 3.1 ล้านด่อง เป็น 3.4-3.5 ล้านด่อง ในปีหน้า แต่ก็ยังต่ำกว่าไทย
ทั้งนี้ สินเชื่อของธนาคารที่เติบโตส่วนหนึ่งมาจากธนาคารกรุงเทพในจีนส่งลูกค้ามาให้ เพราะจีนเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบเพื่อการผลิตมาให้เวียดนาม เมื่อเวียดนามกำลังจะเปิดเอฟทีเอ ซึ่งมีข้อตกลงเรื่องถิ่นกำเนิดของวัตถุดิบ และเพื่อให้จีนมีช่องทางส่งออกไปยังสหรัฐได้ผ่านทีพีพี ผู้ประกอบการจีนจึงมาตั้งโรงงานผลิตที่เวียดนาม
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนลูกค้าจีนยังน้อยอยู่ที่ 3-4% ของสินเชื่อรวม แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะเพิ่มเป็น 10% เพราะจีนต้องย้ายฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุน และอาศัยสิทธิประโยชน์ทางภาษีของเวียดนามในการส่งออก โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของธนาคารกรุงเทพสาขาเวียดนาม มีลูกค้าไทย ลูกค้าต่างชาติ และลูกค้าท้องถิ่น อยู่ในอัตรา 1 ใน 3 เท่ากัน
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารกรุงเทพยังต่ำไม่ถึง 3% เนื่องจากเน้นคุณภาพหนี้ และรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าภายในเดือน ก.ย.ปีนี้ เอ็นพีแอลของสถาบันการเงินทุกแห่งต้องไม่เกิน 3% หลายธนาคารจึงต้องเร่งจัดการ และบางส่วนขายเอ็นพีแอลให้บริษัทบริหารสินทรัพย์







