posttoday
หุ้นเฉารอลงทุนรัฐ

หุ้นเฉารอลงทุนรัฐ

12 สิงหาคม 2558

“ภากร” มองเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมา โครงการลงทุนภาครัฐต้องเกิด

“ภากร” มองเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมา โครงการลงทุนภาครัฐต้องเกิด

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ำสุดในรอบ 14 เดือน ว่า โครงการลงทุนภาครัฐจะเป็นแนวทางเดียวที่จะเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ฟื้นขึ้นได้ เพราะเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ภายใต้สภาพแวดล้อมปัจจุบันคงไม่สามารถหวังการพึ่งพิงการลงทุนของภาคเอกชนที่ไม่มีกำลังเพียงพอ เพราะรับผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว

กรณีจีนได้ประกาศลดค่าเงินหยวนนั้น นายภากร กล่าวว่า  อาจทำให้การฟื้นตัวภาคส่งออกของประเทศไทยช้ากว่าที่คาดหวังไว้ว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 นี้ แต่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีกระเตื้องขึ้น อาจยังพอมีความหวังว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปดังคาด

“จีนลดค่าเงินหยวน ผู้ส่งออกที่ส่งสินค้าไปจีนจะมีราคาแพงขึ้น  ตลาดสินค้าส่งออกไทยที่แข่งขันกับสินค้าจีน อาจได้รับผลกระทบทำให้เสียส่วนแบ่งการตลาดได้ เพราะราคาสินค้าจีนจะถูกลง กระทบกับความสามารถในการแข่งขันของเรา ไทยส่งออกไปจีนในสัดส่วน 12% ซึ่งอาจกระทบบ้างแต่คงไม่มาก เพราะปีนี้การส่งออกไปจีนลดลงอยู่แล้ว”

สำหรับการท่องเที่ยวที่เป็นห่วงว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลง ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวมีสัดส่วนเป็น 10-12% ของเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีน 20% ซึ่งกำลังเติบโตและส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีการใช้จ่ายสูงซึ่งต้องติดตามรอดูผลกระทบหลังจากนี้

นายภากร กล่าวถึงกรณีกระแสเงินทุนไหลออกในขณะนี้ ไม่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะประเทศ ไทยมีทุนสำรองสูง ซึ่งเงินทุนไหลออกนั้นเป็นผลจากการเทขายหุ้นและขายพันธบัตร เฉพาะเดือน ก.ค. ผู้ลงทุนต่างประเทศขายหุ้นไทย 2.6 หมื่นล้านบาท และขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 1.7 หมื่นล้านบาท หากมีข่าวดีหรือเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้น กลุ่มนักลงทุนต่างชาติระยะยาวจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยอยู่แล้ว

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นไทยเป็นจำนวน 5 หมื่นล้านบาท แต่ถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ โดยเงินไหลออกเพื่อกลับเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเป็นแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่ถูกต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2556 จนปัจจุบันยอดการถือครองหุ้นไทยโดยต่างชาติอยู่ที่ระดับ 32.7% หรือประมาณ 4.4 ล้านล้านบาท

“ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ยอดการถือครองของนักลงทุนต่างชาติจะอยู่ระหว่าง 32-37% หรือแม้แต่ในช่วงที่มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มจาก 7 ล้านล้านบาท มาสู่ระดับ 14 ล้านล้านบาท ยอดการถือครองของต่างชาติยังอยู่ในช่วงระหว่างดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าจะมีกลุ่มหนึ่งที่เป็นนักลงทุนระยะยาว และยังจะต้องคงการลงทุนในประเทศไทยไว้ ไม่ได้ไปไหน และเงินทุนที่ไหลออกในระยะที่ผ่านมานั้นเป็นเงินทุนระยะสั้น เข้าเร็ว ออกเร็ว ดังนั้นหากถามว่าโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยอีกหรือไม่ คงยังมีโอกาสอยู่ แต่เป็นสัดส่วนที่น้อยมากแล้ว เพราะยอดการถือครองที่เหลือเป็นกลุ่มที่ต้องรักษาระดับการถือครองหุ้นในไทยไว้ และถึงจะขายออกไป ท้ายที่สุดต้องซื้อกลับ” นายภากร กล่าว

ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ตลาดหุ้นไทยมีมาร์เก็ตแคป 429 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ อยู่ที่ 749 ล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถแซงมาเลเซียซึ่งมีมาร์เก็ตแคป 417 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เป็นผลจากการที่มาเลเซียถูกเทขายอย่างหนักจากนักลงทุนต่างชาติในระยะที่ผ่านมา

ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ระดับ 3.89 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.79% จากเดือนก่อนหน้า และดัชนีหุ้น ณ สิ้นเดือน ก.ค. ปิดที่ 1,440.12 จุด ปรับตัวลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2557 และมีค่าอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิคาดการณ์ (Forward P/E) ของ SET อยู่ที่ 14.97 เท่า และ mai อยู่ที่ 29.04 เท่า

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง