
‘BCP’อีบิตดาทะลุเป้า ปีนี้1.04หมื่นล้านบาท
BCP อีบิตดาทะลุเป้าปีนี้หมื่นล้าน เดินแผนรักษาค่าการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
BCP อีบิตดาทะลุเป้าปีนี้หมื่นล้าน เดินแผนรักษาค่าการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นางเสาวภาพ สุเมฆศรี ผู้อำนวยการสายการเงินองค์กร บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) ในปี 2558 จะทำได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10,472 ล้านบาท หลังจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้ทำอีบิตดาที่ 7,496 ล้านบาท หรือ 72% ของเป้าทั้งปี
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจหลักทั้งโรงกลั่นซึ่งมีสัดส่วน 40% ของอีบิตดารวมที่ใช้กำลังการกลั่นได้มีประสิทธิภาพ สามารถใช้กำลังการกลั่นสูงสุดต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2558 ที่สามารถใช้กำลังการกลั่นได้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1.12 แสนบาร์เรล/วัน ขณะที่การใช้กำลังการกลั่นที่ 1.15 แสนบาร์เรล/วัน สูงกว่าเป้าหมายเดิมของปี 2558 ที่วางไว้ที่ 1.05 แสนบาร์เรล/วัน
สำหรับในช่วงที่เหลือของปีจะยังรักษาระดับการกลั่นที่สูงต่อเนื่องโดยไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลให้ปริมาณการขายในปี 2558 จะทำได้สูงกว่าปี 2557 ที่ใช้กำลังการกลั่นที่ประมาณ 8 หมื่นบาร์เรล/วัน ขณะที่สามารถเลือกกลั่นผลิตภัณฑ์ได้ส่วนต่างราคาที่ดี โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่ทั้งปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ด้านแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ส่งผลให้มีต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันดิบที่ลดลง อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงหลังจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัทซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากบริษัท ปตท. (PTT) แม้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ยอมรับว่าค่าการกลั่น (จีอาร์เอ็ม) จะลดลงเหลือต่ำกว่า 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ที่ทำให้จีอาร์เอ็มไม่รวมผลจากสต๊อกน้ำมันที่ 10.41 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และจีอาร์เอ็มที่รวมผลจากสต๊อกน้ำมันที่ 11.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ดิบปรับลดลงยังส่งผลดีต่อธุรกิจการตลาดซึ่งมีสัดส่วน 16% ของอีบิตดา ส่งผลดีกระตุ้นให้ปริมาณการเติมน้ำมันผ่านสถานีบริการซึ่งเป็นช่องทางการขายที่ทำอัตรากำไรที่ดี โดยในไตรมาส 2 ปีนี้มียอดขายเติบโตประมาณ 10% จากช่วงเดียวของปีก่อน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในครึ่งหลังปีนี้จะอยู่ระหว่าง 47-62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มีปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 3 นี้ คือ ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หากปรับขึ้นจะกระทบราคาน้ำมันให้ลดลง แต่ราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้นเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว







