
การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยกระบวนการขององค์กรการเงินชุมชน
สวัสดีครับแฟนๆ คอลัมน์กระปุกเศรษฐกิจทุกท่าน ในวันนี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก
โดย...ธัชพล
สวัสดีครับแฟนๆ คอลัมน์กระปุกเศรษฐกิจทุกท่าน ในวันนี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะกับประชาชนในระดับฐานรากของประเทศ ซึ่งทางภาครัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบพยายามแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด แต่ปัญหาดังกล่าวกลับยังไม่หมดไป ซ้ำร้ายหากภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัวหรือเกิดภัยธรรมชาติขึ้นมา แล้วส่งผลทำให้รายได้จากการประกอบอาชีพของประชาชนลดลง โดยเฉพาะกับพี่น้องเกษตรกรและพ่อค้าแม่ขาย ปัญหาดังกล่าวก็จะมีแนวโน้มรุนแรงติดตามเหมือนกับเงา
ปัญหานั้นก็คือ “หนี้นอกระบบ” นั่นเองครับ
ตัวเลขของสภาพัฒน์ในไตรมาส 3 ปี 2557 หนี้ครัวเรือนมีมูลค่าอยู่ที่เท่ากับ 10.22 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 84.2 ต่อจีดีพี) เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่เท่ากับ 5.55 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 61.4 ต่อจีดีพี) และคาดการณ์ว่าแนวโน้มหนี้ครัวเรือนปี 2558 อาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 87-88 ต่อจีดีพี ประกอบกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จำนวนครัวเรือนของไทยที่มีหนี้สินมีถึง 10.8 ล้านครัวเรือน โดยเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบร้อยละ 91.7 ในจำนวนนี้เป็นหนี้นอกระบบอย่างเดียวร้อยละ 4.6 ขณะที่เป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบร้อยละ 3.7 ซึ่งหากคิดเป็นจำนวนเงินคาดว่าอาจจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาทเลยทีเดียว
ดังนั้น นอกจากหนี้นอกระบบจะเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลทำให้เกิดเป็นปัญหาทางสังคมอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยได้ให้ความสำคัญและพยายามกำหนดเป็นนโยบายเพื่อที่จะแก้ไขมาตลอด โดยเฉพาะในรัฐบาลปัจจุบันที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่น โครงการแก้ไขหนี้ภาคประชาชน โครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ รวมทั้งมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและยากจน โดยเฉพาะลูกหนี้ที่นำที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินไปเป็นหลักประกันเงินกู้ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการโดนเจ้าหนี้ยึดที่ดินได้
จากความสำคัญของปัญหา ผมได้นำเสนองานวิจัยในหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 เกี่ยวกับกระบวนการ และ Model เพื่อความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยองค์กรการเงินชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการองค์กรการเงินชุมชนและสมาชิกกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) โดยมีหลักคิดว่าชุมชนจะมีความเข้าใจและสามารถจัดการปัญหาได้ดีที่สุด เพราะชุมชนจะรู้ปัญหาของชุมชนได้ดีที่สุด โดยสามารถสรุปเป็นกระบวนการและ Model ได้ดังนี้
ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย 1) แต่งตั้งคณะทำงานทำหน้าที่รับเรื่องและเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน 2) ให้สมัครเป็นสมาชิก 3) นำเข้าหารือในที่ประชุม 4) พิจารณาว่าเป็นลูกหนี้ดีหรือเป็นลูกหนี้เสี่ยง 5) พิจารณาพฤติกรรม 6) พิจารณาว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนหรือไม่ 7) สืบค้นหาข้อเท็จจริง 8) พิจารณาว่าจะให้การช่วยเหลือหรือไม่ 9) ให้คำแนะนำ 10) ให้ความรู้ทางการเงิน อาชีพ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญต่อไปคือการเจรจาไกล่เกลี่ยและติดตามประเมินผล พร้อมทั้งจัดตั้งสมาชิกกลุ่มย่อยเพื่อให้ดูแลซึ่งกันและกัน
สำหรับ Model เพื่อความยั่งยืน สรุปได้เป็น 4 ข้อ คือ 1) พัฒนาสมาชิกองค์กรการเงินชุมชน เช่น ส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) อบรมอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งมีที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงิน 2) สนับสนุนองค์กรการเงินชุมชนให้ได้มาตรฐาน เช่น การวางระบบบัญชี/ตรวจสอบบัญชี และมีระบบฐานข้อมูลสมาชิกเพื่อเชื่อมโยงกับกระทรวง และผู้รับผิดชอบ รวมทั้งการเพิ่มทุนให้กับองค์กรการเงินชุมชนตาม Rating ที่ได้รับ 3) จัดตั้งหน่วยงานดูแลเศรษฐกิจฐานรากทั้งระบบ อาทิ ตั้งกระทรวงเศรษฐกิจฐานราก/สำนักงานบริหารหนี้ภาคครัวเรือน กรมเศรษฐกิจพอเพียง กรม/สำนักการเงินชุมชม และมีหน่วยงานด้าน IT เชื่อมโยงฐานข้อมูล/การกำกับ/ตรวจสอบ 4) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ จากภาคการเกษตรไปสู่ภาคการผลิตที่ใช้ฝีมือและภาคการบริการ
ทั้งกระบวนการและ Model ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบขององค์กรการเงินชุมชนนั้น จะสำเร็จไม่ได้ หากทุกๆ แนวทางไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดประสานกัน เพราะในที่สุดแล้วหนี้นอกระบบก็จะกลับมาเป็นปัญหาอีก เพราะปัญหาหลักคือความยากจนไม่ได้รับการแก้ไข
ดังนั้น การสร้างศักยภาพให้กับประชาชนฐานรากในชุมชนจึงมีความสำคัญและจำเป็น และต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาช่องทางการบริการทางเงินขององค์กรการเงินชุมชนให้เข้มแข็งและมีมาตรฐานแล้วอาจเพิ่มทุนและยกระดับต่อไป แต่ที่สำคัญต้องมีหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเป็นเจ้าภาพหลักที่ชัดเจนในการส่งเสริม พัฒนา และช่วยแก้ไขปัญหา ขณะที่เศรษฐกิจภาพใหญ่ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศ เพื่อนำพาประชาชนฐานรากให้ก้าวพ้นจากวัฏจักรแห่งความยากจน (The Vicious Circle of Poverty) แล้วปัญหาหนี้นอกระบบก็จะได้รางเลือนหายไปจากประเทศเราสักที
ในคอลัมน์ครั้งหน้า ผมจะนำเสนอ Model การพัฒนาที่อยู่อาศัยในตัวเมืองให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้นครับ







