เอไอเอสเปิดแผน 4จี ประมูลเอง-ร่วมทีโอที 5 ธุรกิจ
เอไอเอสมั่นใจในความพร้อมที่จะเข้าร่วมและยังยืนยันว่าจะประมูลทั้งสองคลื่น
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 4จี นั้น ยักษ์ใหญ่อย่างเอไอเอสยังมั่นใจในความพร้อมที่จะเข้าร่วมและยังยืนยันว่าจะประมูลทั้งสองคลื่น และเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ทั้งยังเชื่อว่ามีความแข็งแกร่งในการเป็นโอเปอเรเตอร์จำหน่ายสมาร์ทโฟน
สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสยังคงยืนยันคำเดิมว่าต้องการได้ใบอนุญาตมากที่สุด คือต้องได้ช่วงความถี่ละ 1 ใบอนุญาต ทั้ง 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และยังเตรียมเงินทุนสำหรับด้านเทคโนโลยี เสาสัญญาณไว้ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับค่าใบอนุญาต
“ในการประมูลครั้งนี้ แม้จะมีกระแสข่าวว่ามีรายใหม่จะเข้ามาร่วมประมูลด้วย แต่ในความเห็นส่วนตัวยังมองว่าน่าจะเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการรายใหม่และเก่าต่างก็ต้องการคลื่นใหม่มารองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีใบอนุญาตเพียงแค่ 3 ใบ แต่บริษัทก็ยังต้องรอฟังเงื่อนไขและรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อจะได้ตัดสินใจร่วมกับบอร์ดว่าควรเดินไปในทิศทางใด”สมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ฐานลูกค้าเอไอเอสในปัจจุบันมีผู้ใช้ดาต้ามากกว่า 30% จากจำนวนลูกค้ารวม 44.3 ล้านราย โดยอัตราการเติบโตของผู้ใช้ดาต้ายังเพิ่มขึ้นราว 15% ส่วนเรื่องของรายได้ จากที่มีการคาดการณ์ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมในปีนี้ คาดกลุ่มโมบายจะโต 3% ดีไวซ์และอุปกรณ์อื่นๆ โต 10% และฟิกส์ไลน์โต 15% แต่ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจผ่านมาครึ่งปีที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ภาพรวมธุรกิจรายได้ที่ตั้งไว้โตประมาณ 4% อาจโตเพียง 3% เท่านั้น
“เอไอเอสยังมองว่าปีนี้น่าจะเติบโตได้ราว 3-4% ซึ่งปัจจัยบวกมาจากจำนวนยอดการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น คาดจะขยายตัวจากปีก่อนอย่างน้อย 30-50% แต่ในทางกลับกัน บริการด้านเสียง (VOICE) มีแนวโน้มหดตัว 10% แต่เมื่อเฉลี่ยกันแล้ว ก็ยังเชื่อว่าปิดปีนี้จะโตกว่าภาพรวมตลาด” สมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม สมชัย กล่าวถึงแผนสำรองเกี่ยวกับการหารือร่วมกับทางทีโอทีไว้ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าไปเจรจาเกี่ยวกับความต้องการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทได้ส่งแผนขอเข้าเป็นพันธมิตรจำนวน 5 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เอฟทีทีเอ็กซ์ 2.กลุ่มเสาโทรคมนาคม 3.กลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ 4.กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ 5.กลุ่มโทรศัพท์พื้นฐาน ซึ่งการเป็นคู่สัมปทานกันมานานกว่า 20 ปี เชื่อว่าจะยังมีการร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านของบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจของทีโอที ยังอยู่ในช่วงเจรจากับพันธมิตรทั้ง 5 ราย ได้แก่ ทรู เอไอเอส สามารถ ล็อกซเล่ย์ และโมบาย แอลทีอี หลังจากประเมินมูลค่าทรัพย์สินของทีโอทีเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในสิ้นเดือน ส.ค.นี้จะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดของทีโอทีเอง จะต้องหาพันธมิตรให้เรียบร้อย ก่อนจะเกิดการประมูลสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย.นี้
นอกจากนี้ เอไอเอสยังมั่นใจในเรื่องของการทำตลาดสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็กเกจราคาถูก เพราะความต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนแทนฟีเจอร์โฟนเพิ่มสูงขึ้น และกว่า 70% ของผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนยอมจ่ายค่าแพ็กเกจเพิ่ม เพื่อแลกกับการใช้งานแอพพลิเคชั่นและโซเชียลมีเดียยอดนิยม ทำให้จำนวนเครื่องที่ขายได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันขายได้กว่า 4-5 ล้านเครื่อง อีกทั้งความแข็งแรงของแบรนด์เอไอเอสยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในการเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนเครื่องแรก







