posttoday
หุ้นพลังงานทดแทน ครึ่งแรกปีนี้กำไรพุ่ง48%

หุ้นพลังงานทดแทน ครึ่งแรกปีนี้กำไรพุ่ง48%

11 สิงหาคม 2558

3 หุ้นพลังงานทดแทนครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 48.44% ไตรมาส 2 กำไร 977 ล้านบาท CKP-SPCG เด่นยันครึ่งปีหลังยังแจ่ม

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

3 หุ้นพลังงานทดแทนครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 48.44% ไตรมาส 2 กำไร 977 ล้านบาท CKP-SPCG เด่นยันครึ่งปีหลังยังแจ่ม

ถือว่าสมศักดิ์ศรีเมื่อ 3 หุ้นธุรกิจพลังงานทดแทนประกาศผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2558 และไตรมาส 2 ปี 2558 ออกมาดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว กำลังซื้อชะลอ และมีการลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อย่างต่อเนื่อง

3 บริษัทแรกที่ประกาศกำไรออกมา ประกอบด้วย บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) และบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ซึ่งมีกำไรสุทธิครึ่งปี 2558 รวม 1,667.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.44% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,123.45 ล้านบาท

ขณะที่งวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิรวม 977.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.44% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 524.37 ล้านบาท

ทั้งนี้ งวดครึ่งแรกปีนี้ SPCG เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีกำไรสุทธิ 1,229.55 ล้านบาท เติบโต 87.97% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 654.11 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 671.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.93% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 384.05 ล้านบาท

CKP ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 215.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.36% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันที่มีกำไรสุทธิ 157.7 ล้านบาท ขณะที่งวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 131.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270.29% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  35.38 ล้านบาท 

GUNKUL ครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 223.05 ล้านบาท ลดลง 28.42% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 311.64 ล้านบาท ขณะที่งวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 174.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.59% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 104.94 ล้านบาท

สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ GUNKUL กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งบริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความเติบโตด้านรายได้ปีนี้ไม่น้อยกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งต้องส่งมอบสินค้าและบริการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้  

“พลังงานทดแทนยังเป็นพระเอกที่ทำให้ GUNKUL เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากรายได้จะไม่ผันผวนเหมือนงานรับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งยังมีอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ที่ดีกว่า ซึ่งเมื่อผนึกเข้ากับธุรกิจอื่นที่บริษัทดำเนินการอยู่แล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” สมบูรณ์ กล่าว 

สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกที่ลดลง เนื่องมาจากผลกระทบกรณีลูกค้าได้รับอนุมัติใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า (PPA) ล่าช้า และภาครัฐมีการเลื่อนการประกาศการตอบรับการซื้อไฟฟ้าประเภทต่างๆ ออกไปจากเดิม โดยรายได้รวมงวด 6 เดือน 1,193.7 ล้านบาท ลดลง 29.39% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,690.48 ล้านบาท

วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ SPGC กล่าวว่า รายได้จากการขายและการให้บริการรวมสำหรับไตรมาส 2 ปี 2558 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2557 กว่า 24% ทั้งนี้ เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2557 มีโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเต็มทั้งไตรมาสเพียง 27 แห่ง ขณะที่ในไตรมาส 2 ปี 2558 มีโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเต็มทั้งไตรมาสถึง 36 แห่ง ทำให้มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 80.8 ล้านหน่วย ในไตรมาส 2 ปี 2557 เป็น 103 ล้านหน่วย ในไตรมาส 2 ปี 2558

ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ CKP และบริษัทย่อยในไตรมาส 2 ว่า CKP มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีก่อนหน้านี้กว่า 11% มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดา) 1,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% และมีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 270%

ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตค่อนข้างสูงมาจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนน้ำงึม 2 มากขึ้น ทำให้สามารถจ่ายไฟฟ้ามากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนินโญที่อาจจะมีผลต่อปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดีขึ้นเพราะโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น โครงการ 1 (BIC-1) มีผลกำไรที่ดีขึ้น เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าปรับตัวลดลง อีกทั้งปริมาณการขายไฟฟ้ายังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน

ผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2558 CKP มีรายได้รวม 3,358 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกของปี 2557 คิดเป็น 36%

“แม้เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและทั่วโลกยังชะลอตัว แต่มั่นใจต่อผลการดำเนินงานของบริษัทมีความมั่นคงและยั่งยืน เพราะทุกโครงการที่บริษัทเปิดดำเนินการอยู่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวรองรับ”

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 (BIC-2) ขนาดกำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และมีความคืบหน้าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์กลางปี 2560 ซึ่งโครงการ BIC-2 จะสร้างรายได้ให้ CKP ปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ซึ่งบริษัทได้เข้าซื้อจากบริษัท ช.การช่าง (CK) เมื่อเดือน มิ.ย. 2558 และขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างได้แล้วเสร็จเกือบ 50%

ทั้งนี้ โครงการไซยะบุรีตั้งอยู่ใน สปป.ลาว มีกำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ปลายปี 2562 จะสร้างรายได้ถึงปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี