
อิทธิพลข่าว
อ่านข่าวสารด้านเศรษฐกิจช่วงนี้มีแต่เรื่องละเหี่ยใจ เจอแต่ข่าวลบกระทบความรู้สึกแทบทุกวัน ยอดขายรถตกต่ำบ้าง ยอดสินเชื่อหดตัวบ้าง ดัชนีความเชื่อมั่นด้านต่างๆ ลดลงบ้าง และล่าสุดก็เรื่องยอดส่งออกติดลบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อ่านข่าวสารด้านเศรษฐกิจช่วงนี้มีแต่เรื่องละเหี่ยใจ เจอแต่ข่าวลบกระทบความรู้สึกแทบทุกวัน ยอดขายรถตกต่ำบ้าง ยอดสินเชื่อหดตัวบ้าง ดัชนีความเชื่อมั่นด้านต่างๆ ลดลงบ้าง และล่าสุดก็เรื่องยอดส่งออกติดลบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อ่านทุกวัน เจอทุกวัน จะบอกว่า สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าวิตก เศรษฐกิจไทยยังไปโลด ผมว่า ยากนักที่จะให้สังคมทำใจเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น
ผู้คนหาเช้ากินค่ำ คนทำงาน คนทำธุรกิจ เวลานี้ไม่มีใครไม่วิตกและไม่มีใครมีอารมณ์อยากจับจ่ายใช้สอยตามปกติ ประหยัดได้ก็ประหยัด งดได้ก็งด คนที่คิดจะลงทุนขยายปรับปรุงธุรกิจในช่วงนี้เลิกหมด เก็บพับโครงการใส่ไว้ในลิ้นชัก หันไปร้องเพลงรอ ขอให้มั่นใจมากกว่านี้ค่อยมาว่ากันอีกที
อารมณ์แบบนี้ไม่ดีแน่ครับ การปล่อยให้สื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน และผู้ประกอบการในลักษณะแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันไม่ดีแน่ ยิ่งนานวันยิ่งซึมลึก สะสมไปเรื่อยๆ จะดึงความเชื่อมั่นให้กลับมาก็จะยิ่งยาก
จริงอยู่ว่าข่าวก็คือข่าว ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง แต่มันไม่มีข่าวหรือข้อมูล หรือมาตรการหรือโครงการ หรือผลสำเร็จอะไรดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับสังคมลำเลียงออกมานำเสนอคู่ขนานเพื่อให้การบริโภคข่าวสารได้เห็นสองด้านกันบ้างเลยเชียวหรือ
หน่วยงานภาครัฐกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ มีมากมายเป็นร้อยๆ หน่วยงาน ทุกหน่วยมีกองงานประชาสัมพันธ์ไว้ทำหน้าที่นี้แค่หน่วยละเรื่องสองเรื่อง ก็จะมีเรื่องดีๆ ป้อนให้สังคมได้อ่านเป็นร้อยเรื่อง
วันนี้ถ้ามีการบูรณาการงานประชาสัมพันธ์การข่าวด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว ผมก็ขอแค่กระตุกกระตุ้นให้รัฐบาลควรเพิ่มความเข้มข้นในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีการโฟกัสให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานแถลงข่าวทำพีอาร์งานของตัวเองไปตามสบาย
ผมขอแนะนำให้จัดตั้งทีมงานด้านประชาสัมพันธ์ข่าวเศรษฐกิจเป็นการเฉพาะหนึ่งทีมให้เป็นเรื่องเป็นราวหาคนที่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ทีมงานที่เข้าใจหลักสื่อสารมวลชน คนที่มองเห็นผลที่จะเกิดขึ้นจากเนื้อข่าวนั้นๆ มาทำหน้าที่สำคัญครั้งนี้
มอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการงานข่าวอย่างจริงจัง ตั้งชื่อเรียกอย่างไรหรือจะเอาไปไว้ที่หน่วยงานไหนก็ว่าไป แต่ให้เป็นเซ็นเตอร์กลางในการรวบรวม จัดกลุ่ม คัดกรอง และลำเลียงข้อมูลอย่างมีกลยุทธ์จะไม่ใช่ทำหน้าที่บิดเบือนข่าว แต่ต้องบริหารการข่าวอย่างเป็นระบบ ข่าวลบมีได้ ข่าวดีก็ควรจะมีบ้างเพื่อบาลานซ์ให้สังคมรับรู้รอบด้านอย่างมีสติ
และที่สำคัญต้องสามารถทำหน้าที่ชี้แจงให้รายละเอียดข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วนทุกมิติในข่าวนั้นๆ กับสื่อทุกแขนงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าสามารถทำเป็นศูนย์ข้อมูลกลางด้านเศรษฐกิจ เปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านสื่อเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง และใช้ประโยชน์กับธุรกิจตัวเขาเองได้ด้วยก็จะดีมาก







