posttoday
ลัดซื้อกิจการโรงไฟฟ้า

ลัดซื้อกิจการโรงไฟฟ้า

10 สิงหาคม 2558

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ราคาหุ้นของบริษัท ยูเอซี โกลบอล (UAC) ดิ่งลงอย่างมากจากต้นปีที่ราคากว่า 10 บาท มาปิดที่ 6.60 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา กิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า เพราะธุรกิจพลังงานทางเลือกที่เป็นรายได้ในอนาคตของบริษัทมีบางส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับกฎกติกาของทางการที่ทำให้ผลดีต่อการดำเนินงานล่าช้าออกไป

ไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ยืนยันว่าได้เลื่อนประกาศหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตขนาดเล็กมาก โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (ไม่รวมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์) ในแบบ Feed-in Tariff พ.ศ. 2558 และหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนด้วยวิธีการคัดเลือกโดยการแข่งขันทางด้านการค้า จากเดิมที่จะประกาศวันที่ 29 ก.ค. 2558 ไปในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ โดยจะเสนอร่างประกาศหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าฉบับแก้ไขแล้วให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 13 ส.ค.นี้ โดยจะเปิดรับซื้อเฉพาะไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงประเภทชีวมวลและชีวภาพที่ตามกรอบเดิมตั้งเป้ารับซื้อ 280.42 เมกะวัตต์

เมื่อเดือน มิ.ย. 2557 ชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ UAC ได้ประกาศแผน 3 ปี (2557-2559) ที่จะผลักดันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทให้ไปอยู่ในระดับ 1 หมื่นล้านบาท รายได้ที่ 3,000 ล้านบาท และกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนไปอยู่ที่ 50-80 เมกะวัตต์หรือสัดส่วนพลังงานทดแทนจะเพิ่มเป็น 50% ในปี 2557 จากปี 2556 ที่ 30% และภายในปี 2559 จะขึ้นไปอยู่ที่ 70% ทั้งนี้มีแผนจะลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 21 โรง และเข้าไปซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วย

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทยังมาจากการซื้อขายผลิตภัณฑ์เคมี โดยรายได้จากพลังงานทดแทนเข้ามาเพียง 15% ของรายได้ทั้งหมด

ไตรมาสแรกที่ผ่านมา UAC มีกำไรสุทธิ 2.45 ล้านบาท ลดลง 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสิ้นปี 2557 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรเพียง 53 ล้านบาท  น้อยกว่าปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท

แผนที่เคยวาดไว้ว่าภายในปี 2559 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าไปอยู่ที่ 50-80 เมกะวัตต์ นั้น อาจจะเป็นฝันที่ไกลเกินไป เพราะแค่เป้าหมายแรกปีนี้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 30 เมกะวัตต์ ยังคาดว่าจะทำได้ในปีหน้า  หรือล่าช้าไป 1 ปี

กิตติ กล่าวว่า เดิมวางแผนไว้ว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าปีนี้จะแล้วเสร็จพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ 30 เมกะวัตต์ แต่ผลจากการปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทำให้แผนงานสะดุดจากนโยบายด้านพลังงานที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะปรับยุทธศาสตร์ดำเนินงานจากการสร้างโรงไฟฟ้ามาซื้อกิจการเพื่อให้ทันกับแผนงานที่ตั้งไว้ โดยคาดหวังว่าตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไปรายได้จากโรงไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น จากโรงไฟฟ้าที่แล้วเสร็จและที่จะซื้อกิจการเข้ามารวมเพียง 13 เมกะวัตต์ ทำให้เป้าหมาย 30 เมกะวัตต์ นั้นเลื่อนไปเป็นปี 2559

“ไตรมาส 3 ปีนี้ คาดว่าจะมีข้อสรุปในการซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สุโขทัย 7 เมกะวัตต์ ที่จะทำให้มีรายได้รับรู้เข้ามาในไตรมาสดังกล่าวทันที 200 ล้านบาท และมีรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์รูฟ) 2 เมกะวัตต์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการ โดยจะมีผลตอบแทนต่อโครงการ 10-12% และยังมีโรงไฟฟ้าชีวภาพ 1 เมกะวัตต์ ผลตอบแทนต่อโครงการ 15% ที่กำลังรอเชื่อมระบบเข้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นอกจากนั้นยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ 3 เมกะวัตต์ ที่ขอนแก่น ซึ่งจะแล้วเสร็จเดือน ก.ย.นี้ ที่กำลังเจรจากับ กฟภ.”

สำหรับโรงไฟฟ้าที่ขอนแก่น 2 โรง โรงละ 1.5 เมกะวัตต์ ยังไม่ได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากปัญหาสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะเปิดสายส่งปี 2560 ทั้งที่ปลายปีนี้ทั้งสองโรงงานก็พร้อมผลิตแล้ว และบริษัทได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงเจรจาขอให้กระทรวงพลังงานพิจารณา

ขณะที่โรงไฟฟ้าชีวภาพที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 1 เมกะวัตต์ คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ขายเข้า กฟภ.ได้ไตรมาส 3 ปีนี้ จากเดิมที่เดือน ก.ค.ปีนี้ ทั้งนี้เนื่องจากได้ใบอนุญาตแล้วและรอ กฟภ.ให้มาทดสอบระบบ คาดว่าจะสามารถผลิตไฟเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้

ขณะที่โรงไฟฟ้าที่สุโขทัยอีก 2 เมกะวัตต์ เป็นกำลังสำรองสำหรับโรงงานยังไม่ได้สร้างรายได้ให้บริษัทเนื่องจากก๊าซยังไม่พอขาย

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1.5 เท่า เนื่องจากเพิ่งซื้อบริษัท ยูเอพีซี เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่อยู่ 263.25 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ก๊าซธรรมชาติ) ที่ จ.สุโขทัย เข้ามาบางส่วน และมีรายได้ จากธุรกิจเคมีภัณฑ์จากบริษัท แอ็ดวานซ์ โพลิเมอร์ แอนด์ เคมิคอล (APC) ที่เพิ่งซื้อกิจการเข้ามา และรับรู้รายได้บ้างแล้วตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากที่บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้ส่วนนี้ประมาณ 300 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้ และส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้บริษัทมีรายได้ทั้งหมด 700 ล้านบาท

ดังนั้น จึงคาดว่าทั้งปีรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีรายได้ 1,074 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิที่ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 4% ส่งผลให้ทั้งปีมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 8-10%

“ไตรมาสแรกกำไรลดลงมาก เพราะโรงงานผลิตไบโอแก๊สที่แม่แตงมีปัญหาการผลิตยังไม่ได้ตรงตามมาตรฐาน ได้ใบอนุญาตแล้วแต่ต้องรอแก้ไขคุณภาพ แต่จะดีขึ้นในไตรมาส 2 เพราะโรงงานที่สุโขทัยนิ่งแม้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า และมีรายได้โซลาร์รูฟเข้ามาประกอบกับรายได้จากการซื้อขายเคมีภัณฑ์มากขึ้น”

สำหรับแนวโน้มรายได้ครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องมาจากมีโครงการที่แล้วเสร็จทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์ที่ อ.แม่แตง เชียงใหม่ โครงการไฟฟ้าโซลาร์รูฟของบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ บริษัทย่อยที่เช่าพื้นที่บนหลังคาจากบริษัท สหไทยสตีลไพพ์ ที่สมุทรปราการ กำลังการผลิต 924.56 กิกะวัตต์ และโซลาร์รูฟของบริษัท วงศ์บัณฑิต ที่สุราษฎร์ธานี กำลังการผลิต 750.20 กิกะวัตต์ ที่เริ่มผลิตเมื่อสิ้น มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (PPP) ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย สามารถทำการผลิตต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยนำก๊าซธรรมชาติที่เผาทิ้งในการผลิตน้ำมันดิบ นำมาแปรสภาพได้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ประกอบด้วย ก๊าซธรรมชาติอัด (ซีเอ็นจี) ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (เอ็นจีแอล) และปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการท่อส่งก๊าซเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ จะทำให้โรงงาน PPP เดินเครื่องได้ 100%

กิตติ กล่าวว่า ผลจากการซื้อ APC และ UAPC เข้ามาจะเป็นการต่อยอดธุรกิจเพิ่มผลิตภัณฑ์ทำให้ขยายตัวต่อไปได้ในต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ UAC และบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ได้ศึกษาแผนร่วมทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ โดยใช้เงินลงทุน 700-800 ล้านบาท โดยจะถือหุ้นรายละ 50% แค่ต้องยกเลิกไปจึงหันมาศึกษาการลงทุนในพื้นที่อื่นและหันมาร่วมมือกับบริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) และ QTC เพื่อทำโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในเขตภาคเหนือและภาคกลาง รวมถึงภาคอีสานขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ รวมถึงการซื้อกิจการ โดยเป็นการนำโมเดลเดิมที่เคยร่วมศึกษากับ QTC มาใช้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี