posttoday
ธุรกิจพลังงานทดแทน ไม่ง่ายอีกแล้ว!!!

ธุรกิจพลังงานทดแทน ไม่ง่ายอีกแล้ว!!!

10 สิงหาคม 2558

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

การเฮโลขยายสู่การทำธุรกิจพลังงานทางเลือกมีเพิ่มมากขึ้น และถือว่าเป็นเทรนด์ที่ฮิตมากไม่ว่าบริษัทไหนที่คิดจะหาโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโต หรือแม้กระทั่งบริษัทที่ธุรกิจดั้งเดิมอยู่ในภาวะร่อแร่ต่างก็ประกาศตัวที่จะพลิกฟื้นธุรกิจด้วยการรุกเข้าสู่การทำธุรกิจพลังงานทางเลือก

บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทยที่ประกาศจะทำธุรกิจพลังงานทางเลือก เช่น บริษัท  สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล (SIAM) ที่เดิมทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์เหล็กภายใต้เครื่องหมายการค้า LUCKY ล่าสุดที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายในธุรกิจพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ทุกรูปแบบ

บริษัท พรพรหมเม็ททอล (PPM) ซึ่งทำธุรกิจลวดเหล็กต่างๆ ก็ขยายทำพลังงานทางเลือกล่าสุด เข้าร่วมลงทุนใน “โซล่า เพาเวอร์ เทคโนโลยี” ถือหุ้น 80% มูลค่าลงทุน 31.24 ล้านบาท ส่วนซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) ซึ่งทำธุรกิจมวลเบาก็กระโดดลงมาแล้วเช่นกัน ล่าสุดส่งบริษัทลูกซื้อโซลาร์ฟาร์ม 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 17.40 เมกะวัตต์ พร้อมสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่ารวม 1,147 ล้านบาท และยังมีบริษัท แมงป่อง 1989 (MPG) ก็ประกาศเพิ่มทุนจาก 877 ล้านบาท เป็น 1,570 ล้านบาท เพื่อขายนักลงทุนเฉพาะเจาะจงและจะนำเงินที่ได้ 400 ล้านบาท ลุยธุรกิจพลังงาน รวมถึง บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีส วิศวการ (IFEC) ที่ก่อนหน้าขายอุปกรณ์สำนักงานก็ชัดเจนในการทำธุรกิจพลังงาน และถึงทุกวันนี้รายได้หลักของ IFEC คือธุรกิจพลังงานทดแทน

การเข้าสู่ธุรกิจที่ใครๆ ก็คิดว่าเป็นดาวรุ่ง เป็นโอกาสที่จะสร้างกำไรและผลตอบแทนที่ดี เพราะมีรัฐเป็นผู้รับซื้อไฟอย่างชัดเจน และมีรายได้แน่นอน แท้จริงแล้วมันสวยหรูจริงหรือไม่ ต้องมาฟังประสบการณ์จากผู้ที่คร่ำหวอดในธุรกิจนี้อย่าง “โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ที่ทำมากว่า 30 ปี วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริษัท IFEC และนักซื้อกิจการอย่าง นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานคณะกรรมการบริหาร ไอร่า แคปปิตอล (AIRA)

โศภชา มองว่า ธุรกิจพลังงานหลังจากนี้จะไม่ง่ายแล้ว เพราะเมื่อมีผู้เล่นมากการแข่งขันสูง ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนก็จะน้อยลงหากเปรียบเทียบกับอดีตที่บริษัทเคยได้รับค่าไฟส่วนเพิ่มประมาณ 8-10 บาท แต่ปัจจุบันก็ลดลงมาเหลือ 5.55 บาท ส่วนเงินลงทุนก็จะต้องใช้มากขึ้น ซึ่งเรื่องเงินทุนถือว่าสำคัญมาก เพราะการลงทุนในธุรกิจนี้จะต้องมีเงินเพียงพอ เพราะในแต่ละเมกะวัตต์จะใช้เงินอย่างน้อย 60 ล้านบาท และยังมีประเด็นในเรื่องสายส่งอีก ซึ่งยังต้องพิจารณาเพราะถ้าหากจะต้องลงทุนในเรื่องสายส่งเอง ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งเมื่อการลงทุนมีต้นทุนเพิ่ม ผลตอบแทนที่ได้แคบลง โอกาสที่สถาบันการเงินจะสนับสนุนสินเชื่อก็ยาก

“การลงทุนในธุรกิจนี้เงินลงทุนประมาณ 75% จะมาจากสถาบันการเงินและส่วนทุนประมาณ 25% ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากที่ในการทำโครงการเราจะต้องปิดโปรเจกต์ไฟแนนซ์ให้ได้ ซึ่งหากไม่ได้นั้นหมายถึงทุนที่จะต้องใส่เข้าไป และเมื่อใส่ทุนมากผลตอบแทนที่ได้รับน้อยลง ก็ต้องถามว่าจะใช้เวลากี่ปีในการคืนทุน และสามารถรอได้หรือไม่หากใช้เวลานานซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องคิดให้จบ”

ในส่วนของ GUNKUL เราพร้อมและมีทุนเพียงพอ ซึ่งวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,099 ล้านบาท หรือล้านหุ้นเป็น 1,374 ล้านบาท หรือล้านหุ้น โดยออกหุ้นใหม่จำนวน 274 ล้านบาท ขายผู้ถือหุ้นเดิมและรองรับวอร์แรนต์คาดจะได้เงินเข้ามากว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมพร้อมไว้รองรับการเปิดประมูลใหม่ของรัฐ รวมถึงการขยายออกไปลงทุนต่างประเทศ เพราะการรอในประเทศจะไม่เพียงพอ

วิชัย กล่าวว่า การตัดสินใจสู่พลังงานทดแทนถือว่าการตัดสินใจที่ถูก แต่การเข้ามาต้องชัดเจนในแผนธุรกิจ ซึ่ง IFEC ถือเป็นรุ่นที่ 3 เพราะรุ่นแรกคือ SPCG ต่อมาคือ EA ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความสำเร็จและความน่าเชื่อถือให้กับระบบสถาบันการเงิน แต่กว่าเขาจะผ่านมาก็ผ่านอุปสรรคต่างๆ มากมาย

ดังนั้น ในส่วนของ IFEC เข้ามาชัดเจนในการเข้าไปซื้อบริษัทที่ดำเนินการอยู่แล้ว และยอมจ่ายแพงเพราะบริษัทที่เริ่มเขามีต้นทุนเยอะ แต่ผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยของบริษัทก็ยังอยู่ในระดับ 10-12%

ขณะนี้ IFEC มีกำลังผลิตในมือจากโซลาร์ฟาร์ม 20 เมกะวัตต์ จากพลังงานลม ที่จะจ่ายไฟเข้าระบบ 10 เมกะวัตต์ และกำลังจะได้เพิ่มมากอีก 4.8 เมกะวัตต์ มาจากไบโอแมส 6.8 เมกะวัตต์ ส่วนขยะ 11 เมกะวัตต์ และอนาคตจะขยายการลงทุนไปสู่ต่างประเทศด้วย ซึ่งสำคัญมาก การอยู่ในธุรกิจนี้จะต้องมีเงินทุนที่เพียงพอ

นลินี กล่าวว่า AIRA มีการศึกษามานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าหากทำโอกาสที่จะได้เป็นอย่างไร เพราะหากทำโซลาร์ฟาร์มจะหาที่ดินจำนวนมากวางแผนอย่างไร หากทำไฟฟ้าขยะจะมีการจัดการและอธิบายกับชุมชนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้คือโจทย์ที่ต้องคิดให้ละเอียด และคิดว่าภาวะฟองสบู่จะไม่เกิดในธุรกิจนี้ เพราะเป็นธุรกิจเมื่อผลิตแล้วมีคนซื้อแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าตั้งใจทำจริงหรือไม่ ส่วนออกไปลงทุนญี่ปุ่นที่ฮิตมากแม้บริษัทจะมีพันธมิตรเป็นญี่ปุ่น แต่ที่ดินในญี่ปุ่นแพงมาก การออกไปทำอาจได้ไม่คุ้มค่า

คิดจะลงทุนพลังงานทดแทนต้องคิดให้ตกผลึก เพราะมีทั้งตัวจริงและตัวปลอม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ