
คำที่พระท่านสอน...ความจริงของชีวิต
บทความของผมในวันนี้เนื่องจากเป็นช่วงของ “การเข้าพรรษา” ผมจึงไปค้นหาว่ามีข้อมูลอะไรที่จะช่วยทำให้เหล่าท่านทั้งหลาย ที่ต้องแบกรับภาระหนี้สิน ภาระการหมุนเงิน ภาระการหมุนหนี้ ภาระการดูแลธุรกิจ ลูกจ้าง พนักงาน ในยามนี้ เวลานี้ที่ต้องใช้สรรพกำลังทั้งกายและใจต่อสู้ฝ่าฟัน ก็ไปพบว่ามีผู้คนที่ปรารถนาดีต่อกันได้ส่งข้อมูลมาให้เพื่อเป็นทั้งกำลังใจ ทั้งเตือนสติ ให้กาย-ใจกลับสู่ที่ตั้ง มีความไม่ปรุงแต่งเป็นที่ยึด คำนึงถึงความเพียงพอ เพื่อที่จะมีชีวิตทั้งทางโลก ทางธรรม ทางธุรกิจ แบบพอเพียง ความมีดังนี้ครับ
บทความของผมในวันนี้เนื่องจากเป็นช่วงของ “การเข้าพรรษา” ผมจึงไปค้นหาว่ามีข้อมูลอะไรที่จะช่วยทำให้เหล่าท่านทั้งหลาย ที่ต้องแบกรับภาระหนี้สิน ภาระการหมุนเงิน ภาระการหมุนหนี้ ภาระการดูแลธุรกิจ ลูกจ้าง พนักงาน ในยามนี้ เวลานี้ที่ต้องใช้สรรพกำลังทั้งกายและใจต่อสู้ฝ่าฟัน ก็ไปพบว่ามีผู้คนที่ปรารถนาดีต่อกันได้ส่งข้อมูลมาให้เพื่อเป็นทั้งกำลังใจ ทั้งเตือนสติ ให้กาย-ใจกลับสู่ที่ตั้ง มีความไม่ปรุงแต่งเป็นที่ยึด คำนึงถึงความเพียงพอ เพื่อที่จะมีชีวิตทั้งทางโลก ทางธรรม ทางธุรกิจ แบบพอเพียง ความมีดังนี้ครับ
ชีวิตคน ย่อมแปรผัน
สิ่งสำคัญ อย่าประมาท
สิ่งผิดพลาด คือบทเรียน
สิ่งพากเพียร คือลาภผล
สิ่งช่วยตน คือปัญญา
สิ่งบูชา คือบุญคุณ
สิ่งค้ำจุน คือพ่อแม่
ผู้เสริมต่อ คือครูอาจารย์
สิ่งบันดาล คือเงินตรา
ยอดปรารถนา คือความสุข
สิ่งเปลื้องทุกข์ คือศีลทาน
สิ่งสำราญ คือความชั่ว
สิ่งเมามัว คือความอยาก
พาลำบาก คือเกียจคร้าน
ใจเบิกบาน คือไม่มีหนี้
ความป่นปี้ คืออบายมุข
พาให้สุข คือธรรมะ
ไม่หมดภาระ คือยังไม่ตาย
เลิกวุ่นวาย คือได้ “นิพพาน”
คำที่ว่า “ใจเบิกบาน คือไม่มีหนี้ ความป่นปี้ คืออบายมุข” เห็นจะเป็นจริงแน่แท้ ดังคำที่ว่า ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ ภายใต้บรรยากาศของหนี้ครัวเรือน 10.5 ล้านล้านบาท เวลานี้ที่ต่างระบายออกมาทางไลน์ว่า “การหมุนเงินทันในแต่ละเดือน คือลาภอันประเสริฐ” ผมต้องขอขอบคุณท่านที่เป็นผู้แต่งคำกล่าวข้างต้นที่ระบุเพียงว่า สายธรรม (วัดป่าฯ อุดร) ด้วยความขอบคุณยิ่งครับ ท่านได้เตือนสติผู้คนในยามนี้ได้อย่างงดงาม ตามแบบภาษาไทยของเรา







