
ค้าปลีกตบเท้ารุกออนไลน์ ลงทุนแบ็กออฟฟิศรับ
ธุรกิจค้าปลีก ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เล็งเห็นโอกาส การขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์
โดย...จะเรียม สำรวจ
ธุรกิจค้าปลีก ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เล็งเห็นโอกาส การขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์ ภายหลังพบพฤติกรรมของผู้บริโภค หันมาให้ความสนใจ ซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายที่ออกมาประกาศแผนเชิงรุกอย่างจริงจัง กับการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านช็อปปิ้งออนไลน์ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มเดอะมอลล์ กลุ่มเทสโก้โลตัส บิ๊กซี ซีพีเซเว่นอีเลฟเว่น
ทั้งนี้ หลังจากปรับหลังบ้านหรือแบ็กออฟฟิศมาพักใหญ่จนพร้อมสมบูรณ์ กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ได้ตั้งบริษัท ซีโอแอล เข้ามาดูแลธุรกิจในด้านของออนไลน์ ด้วยการเปิดตัว www.central.co.th เข้ามาทำตลาดช็อปปิ้งออนไลน์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ Concept “ช้อปอย่างมั่นใจ ช้อปที่ central.co.th” ธุรกิจเซ็นทรัลออนไลน์ก็มีฐานลูกค้าขยับเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 แสนรายทันที เนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมพิเศษต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดความสนใจของขาช็อปปิ้ง
พรชนก ตันสกุล ประธานบริหารธุรกิจออนไลน์ บริษัท ซีโอแอล กล่าวว่า แผนการตลาดธุรกิจออนไลน์ในครึ่งปีหลังนี้ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามเป้าหมายที่ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มซีโอแอล (เจ้าของธุรกิจออฟฟิศเมดก่อนเข้าร่วมกิจการกับกลุ่มเซ็นทรัล) ได้วางไว้ในตอนเปิดตัวเว็บไซต์ เนื่องจากธุรกิจออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่องเฉลี่ยโตปีละประมาณ 30%
หลังจากที่ทางกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ได้ทำการควบรวมธุรกิจในเครือ ประกอบด้วย ธุรกิจบีทูเอส, ธุรกิจออฟฟิศเมท, ธุรกิจเซ็นทรัลออนไลน์ และธุรกิจเซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ ให้ดำเนินธุรกิจออนไลน์ภายใต้เว็บไซต์เดียวกัน ส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์ของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล มีการเติบโตสูงถึง 4-5 เท่า เพราะบริษัทในเครือต่างปรับตัว และปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจมากขึ้น ทำให้เห็นภาพของการทำอีคอมเมิร์ซชัดเจนกว่าเมื่อก่อน
สำหรับบริการที่ธุรกิจออนไลน์ของ เซ็นทรัลเตรียมไว้คอยบริการลูกค้ามีอยู่ด้วยกัน 6 บริการหลัก คือ 1.บริการจัดส่งสินค้าฟรี เมื่อสั่งซื้อสินค้าครบ 499 บาท ทั่วประเทศ (1-3 วันทำการ) 2.บริการจัดส่งสินค้าในวันถัดไป เฉพาะในเขตพื้นที่ 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และบางพื้นที่ของจังหวัด นครปฐม ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร หากทำรายการสั่งซื้อก่อนเวลา 18.00 น. สินค้าจะจัดส่งให้ถึงลูกค้าโดยพนักงานจัดส่ง Central Online Shopping ภายในวันทำการถัดไป)
บริการที่ 3.คือ ช็อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 4.เลือกบริการชำระสินค้าปลายทาง โดยชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิต กับพนักงานจัดส่ง 5.บริการห่อของขวัญฟรี เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และ 6.สินค้าโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ที่จะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสนใจให้กับลูกค้า
นอกเหนือจากบริการต่างๆ ที่ www.central.co.th มีให้กับลูกค้าแล้ว การจัดแคมเปญกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ก็เป็นตัวสร้างความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เช่นกัน โดยตลอดเดือน ส.ค.นี้ ได้จัดกิจกรรม “Thanks Mom Let’s fly with me” ชวนคุณร่วมส่งภาพประทับใจที่ถ่ายกับคุณแม่ ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินและ Voucher ที่พักจาก CENTARA Hotels & Resorts ได้ที่Facebook.com/centralonline_momday และ โปรโมชั่นต่างๆ ในเว็บไซต์อาทิ สินค้า Mobile IT Gadget, สินค้าแม่และเด็ก ซึ่งเข้ากับช่วงเทศกาลวันแม่ และน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ในอนาคต Central.co.th วางแผนเพิ่มบริการใหม่ๆ มากขึ้น การปรับปรุงระบบต่างๆ ร่วมไปถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มช่องทางการชำระเงิน การเลือกรับสินค้าที่ลูกค้าสะดวก การปรับเปลี่ยนโฉมเว็บไซต์ให้ช็อปง่าย ดูทันสมัย และง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มากขึ้น
ด้าน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ก็เดินหน้าพัฒนาบริการด้านช็อปปิ้งออนไลน์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการช็อปปิ้งออนไลน์มีความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า ชำระสินค้า และรับสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการพัฒนาบริการดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจ Big C Shopping Online มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2553
ช่วงเวลาดังกล่าว บิ๊กซีฯ ถือเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำระบบการซื้อสินค้าออนไลน์เต็มรูปแบบมาสู่ผู้บริโภค โดยลูกค้าสามารถช็อปออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.Bigc.co.th รวมถึงแอพพลิเคชั่น “Big C Mobile Shopping App” บนมือถือและแท็บเล็ต (รองรับทั้งระบบ iOS และ Andoid) รวมถึงช่องทางพิเศษ เช่น E-brochure
ล่าสุด เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บิ๊กซีฯ ได้มีการปรับโฉม Big C Mobile Shopping App โฉมใหม่ให้เข้ากับรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ที่เน้นเรื่องความสะดวกสบาย ประหยัดเงินในกระเป๋าและประหยัดเวลา เพราะสามารถเลือกให้บิ๊กซีส่งของที่บ้านได้ หากช็อปครบ 1,500 บาท (ภายในกรุงเทพฯ) หรือจะเลือกมารับของเองที่สาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตของบิ๊กซีได้ทุกสาขาใกล้บ้าน
หลังจากปรับบริการดังกล่าวพบว่า ได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะบริการ “click-and-collect” นี้ช่วยประหยัดเวลาในการช็อป และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกนอกเหนือจากการรอสินค้ามาส่งที่บ้าน และจากเดิมที่ให้รับสินค้าได้เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันได้ขยายการรับสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บิ๊กซีฯ ยังมีแผนที่จะวางระบบติดตามรถส่งสินค้า เพื่อให้ลูกค้าทราบสถานะของสินค้าที่ตนเองสั่ง ขณะเดียวกันยังเพิ่มความสะดวกในการชำระเงินให้กับลูกค้า ซึ่งสามารถชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต หรือชำระออนไลน์ โดยหลังจากการปรับเปลี่ยนโฉมแอพใหม่ บิ๊กซีฯ คาดว่าจะมีผู้สนใจดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า หรือประมาณ 2 แสนราย จากก่อนหน้าที่มีผู้ใช้กว่า 1 แสนราย
วารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซในแต่ละปีจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะในแต่ละเดือนจะมีลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์เพื่อใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคน โดยสินค้าหลักๆ ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์และไอทีก็ได้รับความสนใจของผู้เข้าชม เช่นกัน
ขณะที่บิ๊กซีฯ กับเซ็นทรัล กำลังโกยยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ในส่วนของห้างเทสโก้ โลตัส เดอะมอลล์ กรุ๊ป และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลังบ้าน หลังจากทดลองเปิดตัวเว็บไซต์เข้ามาทำตลาดระยะหนึ่งพบว่ายังมีช่องว่างให้ต้องปรับปรุง เพื่อให้สินค้าและบริการโดนใจผู้บริโภคมากขึ้น
การเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดินช็อปปิ้ง ต้องเห็น ต้องสัมผัส ต้องเลือก ต้องทดลองจนพอใจสินค้า ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปเป็นการซื้อผ่านอีคอมเมิร์ซ เน้นสะดวก ซื้อได้ 24 ชั่วโมง ในราคาที่ถูกกว่า แม้จะต้องเสี่ยงกับสินค้าที่ซื้อกับที่เห็นอาจไม่เป็นดังหวัง หรือเสี่ยงโดนหลอก สิ่งนี้นับเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ธุรกิจค้าปลีก ต้องปรับให้ถูกจังหวะกับอีคอมเมิร์ซ ซึ่งแม้ขณะนี้จะมีสัดส่วนแค่ 1-2% ของค้าปลีกปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่อัตราการเติบโตกลับสูงยั่วใจให้ต้องจับตา







