
ภงด.51 ปี 2558
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2558 (ภ.ง.ด.51) กฎหมายกำหนดให้ยื่นแบบภายใน 2 เดือนนับแต่สิ้น 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2558
กำหนดเวลายื่นแบบตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค. 2558 วันสุดท้ายของการยื่นแบบด้วยแบบฟอร์มกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในปีนี้ ตรงกับวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2558 กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ของปี 2558 ผ่าน www.rd.go.th กฎหมายได้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบออกไปอีก 8 วัน วันครบกำหนด 8 วันตรงกับวันอังคารที่ 8 ก.ย. 2558 การได้สิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบเสียภาษีส่งผลดีกับบริษัท ฯลฯ ที่ต้องเสียภาษีเป็นจำนวนมาก
สำหรับบริษัท ฯลฯ ที่มีรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดที่มิใช่วันที่ 31 ธ.ค. 2558 คงต้องนับวันเวลาที่จะยื่นแบบเอง หากนับวันเวลาผิดพลาด หรือหลงลืมไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา ต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 2,000 บาท และถ้ามีภาษีชำระต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษี
ช่องทางการชำระภาษีมีหลากหลาย กรณีชำระภาษีด้วยบัตรเครดิตของธนาคารที่ร่วมโครงการกับกรมสรรพากร บริษัท ฯลฯ สามารถนำเงินไปหมุนเวียนได้มากกว่า 1 เดือน ก่อนที่จะใช้เงินคืนธนาคาร
บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2558 และใช้รอบระยะเวลาบัญชีตามปีปฏิทิน หรือมีรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 หากรอบระยะเวลาบัญชีแรกไม่ครบ 12 เดือน ไม่จำเป็นต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรก มีทั้งที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ และเสียภาษีจากการประมาณการกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นการคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งรอบระยะเวลาบัญชี แล้วนำกำไรสุทธิกึ่งหนึ่งมาเสียภาษี
กฎหมายกำหนดให้บริษัท ฯลฯ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรก สรุปได้ดังนี้
• เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องยื่นแบบและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกโดยใช้กำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยนำรายได้ในรอบ 6 เดือนแรก หักด้วยรายจ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขมาตรา 65, 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ผลต่างที่เกิดขึ้นอาจมีกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิก็ได้ หากมีกำไรสุทธิต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้
• เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากประมาณการกำไรสุทธิ ได้แก่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น (ไม่รวม ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย) ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกโดยใช้ประมาณการกำไรสุทธิ
บริษัท ฯลฯ ต้องคาดการณ์จำนวนกำไรสุทธิที่จะเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2558 ว่ามีจำนวนเท่าใด แล้วนำจำนวนกำไรสุทธิกึ่งหนึ่งมาคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และเมื่อสิ้นปีหากพบว่าได้ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 20 ของภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิที่ได้ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป
อย่างไรก็ตาม เงินเพิ่มอัตราร้อยละ 20 ที่ต้องเสียกรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายในกำหนดเวลา หรือกรณีที่ได้ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในรอบระยะเวลาบัญชี อาจลดลงมาและเสียเงินเพิ่มสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของจำนวนภาษี หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542
บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯลฯ สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในท้องที่ที่สถานประกอบการสำนักงานใหญ่ของบริษัท ฯลฯ ตั้งอยู่ หรือยื่นแบบผ่าน www.rd.go.th ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องแนบเอกสารใดๆ ไม่เสียเวลาเดินทาง เสียค่าใช้จ่ายต่ำ ยื่นแบบได้ตลอดเวลาไม่มีวันหยุด สามารถยื่นได้ทั้งแบบที่มีภาษีชำระหรือไม่มีภาษีชำระ อีกทั้งยังได้รับการขยายกำหนดเวลายื่นแบบเสียภาษีออกไปอีก 8 วัน สวัสดีครับ







