
สิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ส่อทรุดยาว
คาดอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์อาการหนัก ปีนี้ตลาดหดตัว 7-8% ฟื้นตัวปี'60
คาดอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์อาการหนัก ปีนี้ตลาดหดตัว 7-8% ฟื้นตัวปี'60
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานและประธานคลัสเตอร์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของไทยมีโอกาสจะกลับมาขยายตัวได้ดี และเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักได้ภายในสองปีข้างหน้า หรือในปี 2560 ตามเศรษฐกิจโลก และได้รับผลดีหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว เนื่องจากในปีนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ของไทยที่มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท น่าจะหดตัวลงไม่น้อยกว่า 7-8% ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นการหดตัวลงครั้งแรกในรอบหลายปี
นายเกรียงไกร เสนอแนะว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ในประเทศควรปรับทิศทางไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาคอาเซียน ลงทุนในพื้นที่ชายแดน ที่รัฐบาลได้มีนโยบายสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษมารองรับ เพราะในตลาดอาเซียน อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์มีโอกาสขยายตัวกว่า 5-6% และคาดว่าจะเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตสินค้าให้สูงขึ้น สร้างนวัตกรรม และมุ่งสู่สินค้าสีเขียวให้มากขึ้น (กรีน โปรดักต์) ส่วนสิ่งพิมพ์ต้องปรับสู่ ดิจิทัล พริ้นติ้ง เพราะสิ่งพิมพ์และนิตยสารทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะหดตัวลง
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ประเทศในอาเซียนที่ผู้ประกอบการไทยได้เข้าไปลงทุนมีทั้ง ประเทศเวียดนาม มีเข้าไปลงทุนแล้ว 3-4 ราย เมียนมา จำนวน 3-4 ราย อินโดนีเซีย ประมาณ 2-3 ราย และฟิลิปินส์ เข้าไปลงทุนแล้ว 2-3 โรงงาน ซึ่งไทยถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และบรรจภัณฑ์ของอาเซียน ซึ่งนอกจากภูมิภาคอาเซียนที่น่าสนใจลงทุนแล้ว ยังมีภูมิภาคแอฟริกาใต้ ที่เป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูง จากจำนวนประเทศ 50 ประเทศ มีประชากรรวม 1,100 ล้านคน เป็นโอกาสน่าลงทุนระยะต่อไป
นางพิมพ์นารา จิรานิธิศนนท์ นายกสมาคมการพิมพ์ไทย กล่าวว่า ในวันที่ 26-29 ส.ค.นี้ จะมีการจัดงาน แพ็ค พริ้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2015 ซึ่งเป็นงานประชุมสัมมนา แสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ และกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมาจัดแสดงสินค้ากว่า 300 ราย ใน 20 ประเทศ คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 2 หมื่นราย มีการจับคู่ทางธุรกิจกว่า 300-400 ล้านบาท







