
กอช.ที่พึ่งยามชรา ดีเดย์ 20 ส.ค.รับสมาชิก
กระทรวงการคลังได้ฤกษ์กำหนดให้วันที่ 20 ส.ค. 2558 เป็นวันเปิดวันแรกในการให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ผู้มีอาชีพอิสระ เช่น เกษตรกร ค้าขาย รับจ้างทั่วไป คนขับรถแท็กซี่ แม่บ้าน ทนายความ แพทย์ สถาปนิก ซึ่งต้องไม่เคยเป็นสมาชิกกองทุนที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้างมาก่อน ไม่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญ
กระทรวงการคลังได้ฤกษ์กำหนดให้วันที่ 20 ส.ค. 2558 เป็นวันเปิดวันแรกในการให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ผู้มีอาชีพอิสระ เช่น เกษตรกร ค้าขาย รับจ้างทั่วไป คนขับรถแท็กซี่ แม่บ้าน ทนายความ แพทย์ สถาปนิก ซึ่งต้องไม่เคยเป็นสมาชิกกองทุนที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้างมาก่อน ไม่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญ
ทั้งนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย โดยสมาชิกจะต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุนขั้นต่ำ 50 บาท แต่ไม่เกินปีละ 1.32 หมื่นบาท
วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า นอกจากผู้ประกอบอาชีพอิสระ อายุตั้งแต่ 15-60 ปี จะสมัครเป็นสมาชิก กอช.ได้แล้ว จะให้สิทธิผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปสมัครเข้า กอช.ได้ แต่ต้องดำเนินการภายใน 1 ปีหลังจากนี้ ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 กรณีบำนาญ ซึ่งมีอยู่กว่า 1 ล้านราย ที่ต้องการโอนเข้าเป็นสมาชิก กอช. ต้องแจ้งไปยังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้ดำเนินการโอนข้อมูล และเงินของผู้ประกันตนมายัง กอช. ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
เบื้องต้น คาดว่าภายในปีนี้ จะมีประชาชนและผู้สูงอายุสมัครเข้าเป็น กอช. อย่างน้อย 6 แสนคน และในปี 2559 เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคน โดยตั้งเป้าให้ได้ 3 ล้านคนในปี 2561 โดยปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบอยู่ราว 25 ล้านคน ในจำนวนนี้เชื่อว่ามีผู้ที่มีศักยภาพในการออมราว 10 ล้านคน
สำหรับงบประมาณปี 2559 กระทรวงการคลังได้เตรียมเงินไว้จ่ายสมทบ 700 ล้านบาท หากมีสมาชิกเข้ามากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็จะดึงเงินงบกลางมาอุดหนุนได้ เพราะถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างวินัยการออม
ด้าน สมพร จิตเป็นธม เลขาธิการ กอช. กล่าวว่า ผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยอายุไม่ต่ำกว่า 15-60 ปี ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกกองทุนที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐหรือนายจ้างมาก่อน และไม่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญ
สำหรับระเบียบในการจ่ายเงินเข้ากองทุนนั้น สมาชิกจะต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุนขั้นต่ำ 50 บาท (ไม่จำเป็นต้องจ่ายสะสมทุกเดือน) แต่ต้องไม่เกินปีละ 1.32 หมื่นบาท ขณะที่รัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ตามขั้นบันได โดยอายุ 15-30 ปี รัฐจะสมทบ 50% ของเงินสะสม แต่ไม่เกินปีละ 600 บาท อายุ 30-50 ปี รัฐจะสมทบ 80% แต่ไม่เกินปีละ 960 บาท และอายุ 50 ปีขึ้นไป รัฐจะสมทบ 100% แต่ไม่เกินปีละ 1,200 บาท โดยสมาชิกสามารถเลือกจ่ายแบบรายปี แต่ไม่เกิน 1.32 หมื่นบาท/ปี หรือจ่ายเป็นรายเดือน ถ้าเดือนไหนลืมจ่ายก็จะไม่ได้รับเงินสมทบจากรัฐบาล
ด้านผลตอบแทนจาก กอช. สมพร ระบุว่า คุ้มค่า เพราะสมาชิกจะได้รับเงินสมทบคืนทั้งหมด และรัฐบาลรับประกันผลตอบแทนของสมาชิกไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เฉลี่ยของ 7 ธนาคารขนาดใหญ่ หรือราว 3.5 % ต่อปี รวมกับเงินสมทบจากรัฐบาล และหากเป็นสมาชิกจนอายุครบ 60 ปี จะได้รับบำนาญรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต เช่น ถ้าออมเดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่อายุ 15 ปี เมื่อเกษียณจะได้รับเงินบำนาญพร้อมเบี้ยยังชีพรวม 7,000 บาทต่อเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต แต่หากเริ่มอายุ 30 ปี จะได้เงินบำนาญ 4,000 บาท
ส่วนผู้ที่มีเวลาหรือจำนวนเงินออมน้อย เช่น อายุ 50 ปี ออมเดือนละ 500 บาท เมื่ออายุ 60 ปีจะได้เพียง 421 บาท ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานการครองชีพ กอช.จะจ่ายเงินสมทบเพื่อให้สมาชิกได้เงินดำรงชีพเดือนละ 600 บาท เมื่อรวมกับเบี้ยยังชีพของรัฐบาลเดือนละ 600 บาท เท่ากับสมาชิก กอช. จะมีเงินใช้ยามชราเดือนละ 1,200 บาท
แต่หากเป็นบุคคลทุพพลภาพ จะได้รับเงินก้อนสะสมบวกดอกเบี้ย ส่วนกรณีลาออกจากกองทุนก่อน เช่น สมัครเมื่ออายุ 15 ปี พออายุ 25 ปี มีงานทำได้เข้าระบบประกันสังคม จะได้รับเงินก้อนเป็นเงินสะสมบวกผลประโยชน์ของเงินสะสม ส่วนเงินสมทบจากรัฐบาลจะตกเป็นของ กอช. และสามารถกลับเข้ามาเป็นสมาชิกได้หากออกจากกองทุนที่ได้รับเงินสมทบกองทุนอื่นจากรัฐบาลแล้ว และหากเสียชีวิตจะได้รับเงินก้อนที่มีอยู่ในบัญชี โดยมอบให้ผู้ที่สมาชิกแจ้งชื่อไว้กับกองทุน หรือหากไม่ได้แจ้งชื่อไว้จะจ่ายให้แก่ทายาทแทน
สมพร กล่าวถึง การบริหารกองทุน กอช. ว่า จะนำไปลงทุนหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่ต่ำกว่า 60% ของเงินกองทุน โดยมีคณะอนุกรรมการการลงทุนที่มีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นประธาน ดูแลนโยบายการลงทุนอย่างเหมาะสม จึงมั่นใจได้ว่า ประชาชนจะได้รับเงินที่จ่ายสะสมคืนอย่างแน่นอน







