
คาดประมูลน้ำตาลล้านกระสอบได้สัปดาห์หน้า
คณะทำงานซื้อน้ำตาลกำหนดหลักเกณฑ์การซื้อน้ำตาลคืน 1 ล้านกระสอบ ที่ราคาเอฟโอบี พร้อมสงวนสิทธิ์การซื้อหากราคา ณ วันประมูลสูงเกินไป คาดเปิดประมูลนัดแรกได้ในสัปดาห์หน้า
คณะทำงานซื้อน้ำตาลกำหนดหลักเกณฑ์การซื้อน้ำตาลคืน 1 ล้านกระสอบ ที่ราคาเอฟโอบี พร้อมสงวนสิทธิ์การซื้อหากราคา ณ วันประมูลสูงเกินไป คาดเปิดประมูลนัดแรกได้ในสัปดาห์หน้า
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานจัดซื้อได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการการจัดซื้อน้ำตาลทราย โดยจะให้ผู้ขายจากต่างประเทศ (เทรดเดอร์) มาประมูลขายในราคา ณ ท่าเรือ (เอฟโอบี) และบวกค่าพรี่เมี่ยมน้ำตาลของไทย ที่ 125 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปริมาณไม่เกิน 1 แสนตัน และคณะทำงานการจัดซื้อสามารถสงวนสิทธิ์ ปฏิเสธ ยกเลิก การซื้อได้ หากราคาในวันประมูลอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้สามารถซื้อน้ำตาลได้ในราคาที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ คณะทำงานจะส่งหนังสือเชิญประมูลให้กับเทรดเดอร์ 25 ราย ให้เข้าร่วมประมูล ภายในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 2553 ซึ่งจะเป็นการบอกเทรดเดอร์ล่วงหน้าก่อนการประมูล 3 วัน โดยจะรับซื้อน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ที่ผลิตในฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 ที่เป็นของประเทศไทย เพื่อให้ได้น้ำตาลใหม่ ตามจำนวนที่กำหนดไว้ แต่หากได้ไม่ครบจำนวนก็จะเปิดประมูลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ตามปริมาณที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม หากน้ำตาลที่เป็นส่วนของเมืองไทยหมดอาจจะต้องนำเข้าน้ำตาลทรายจากต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่ใกล้สุดคงจะเป็นออสเตรเลีย แต่คาดว่าต่อไปสถานการณ์น้ำตาลจะดีขึ้น และคงไม่ต้องถึงขั้นนำเข้าจากประเทศอื่น
ทั้งนี้ การรับซื้อจะประมูลตรงกับบริษัทเทรดเดอร์และไม่ผ่านนายหน้า เพื่อไม่ให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ซึ่งเท่าที่สอบถามกับเทรดเดอร์ทั้ง 25 ราย พบว่ามีน้ำตาลที่ทำสัญญาซื้อกับโรงงานแล้ว แต่ยังอยู่ในเมืองไทยมากกว่า 1 ล้านกระสอบ โดยการรับซื้อน้ำตาลจากเทรดเดอร์จะพิจารณาเปรียบเทียบราคาน้ำตาลของแต่ละราย โดยจะรับซื้อจากเทรดเดอร์ที่เสนอราคาต่ำที่สุดก่อน และไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำตาลจากการประมูลน้ำตาลครั้งเดียว ซึ่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลจะเปิดประมูลใหม่ก็ได้
นอกจากนี้ จะประสานงานกับคณะกรรมการจำหน่ายน้ำตาล ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานว่าสถานการณ์แต่ละช่วงต้องการน้ำตาลมากน้อยเพียงใด ซึ่งเมื่อกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายประมูลซื้อน้ำตาลมาแล้วจะต้องเร่งขายทันทีเพื่อให้น้ำตาลกระจายถึงผู้บริโภค
สำหรับสถานการณ์น้ำตาลตึงตัวเริ่มดีขึ้นหลังจากมีการประกาศซื้อคืนน้ำตาลโควตา ค. 1 ล้านกระสอบ เพราะมีผลให้ผู้ที่กักตุนน้ำตาลไว้เริ่มกังวลว่าหากกักตุนต่อไปจะไม่เกิดประโยชน์ รวมทั้งในสัปดาห์นี้น้ำตาลค้างกระดานมีปริมาณลดลงแสดงให้เห็นว่ามีน้ำตาลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยในวันที่ 5 ก.ค.2553 มีน้ำตาลค้างกระดาน 2.07 ล้านกระสอบ และในวันที่ 8 ก.ค.2553 มีน้ำตาลค้างกระดาน 1.43 ล้านกระสอบ แบ่งเป็นน้ำตาลโควตา ก ของโรงงาน 8.34 แสน กระสอบ และโควตา ก ของกระทรวงพาณิชย์ 5.97 แสนกระสอบ และในสัปดาห์นี้มีการขึ้นงวดจำหน่ายน้ำตาล 4..04 แสนกระสอบ







