
ไม่ชัวร์อย่าแชร์
วานนี้ (4 ส.ค. 2558) เป็นวันแรกที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ แต่ก็สร้างความสับสนให้กับประชาชนมากพอสมควร นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่า การนำข่าวในหนังสือพิมพ์มาเล่าเป็นเป็นข่าวไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่ได้อ่านทุกตัวอักษร
วานนี้ (4 ส.ค. 2558) เป็นวันแรกที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ แต่ก็สร้างความสับสนให้กับประชาชนมากพอสมควร นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่า การนำข่าวในหนังสือพิมพ์มาเล่าเป็นเป็นข่าวไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่ได้อ่านทุกตัวอักษร
“อย่างในรายการเล่าข่าวต่างๆ ที่นำข่าวจากหนังสือพิมพ์มาเล่าให้ฟังในแง่ข้อเท็จจริง ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร แต่ใส่ลีลาการเล่าข่าวของพิธีกรเข้าไป และเป็นการนำส่วนหนึ่งของความจริงที่เกิดขึ้นมาเล่า แม้เห็นชัดว่าทำเพื่อการค้าก็ไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะไม่ได้นำเนื้อหามาอ่านทุกตัวอักษร แต่ถ้าจะให้ดีการเอางานของคนอื่นมาเล่า ก็ควรให้เครดิตกับเขาด้วย” นางมาลี กล่าว
นางมาลี กล่าวต่อว่า ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเสียค่าบริการเพื่อดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือเพลงจากอินเทอร์เน็ตมาชมหรือฟังเองอันนี้ทำได้อยู่แล้ว แต่หากนำภาพยนตร์หรือเพลงที่ดาวน์โหลดมาแชร์ให้ผู้อื่นอีกทีจะถือว่าผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ทันที เพราะจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ก่อน
แต่หากกรณีที่เป็นซีดีเพลง หนังสือ หรือรูปภาพที่ซื้อมาอย่างถูกต้อง กฎหมายเปิดช่องให้ผู้ซื้อนำงานเหล่านี้มาขายต่อเป็นสินค้ามือมองได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถก๊อบปี้งานเก็บไว้เพื่อขายได้ เพราะสิทธิในการทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนจะเป็นสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์
นางมาลี ระบุว่า กรณีก๊อบปี้บทความหรือรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่เฟซบุ๊กของตนเอง หรือแชร์ต่อทางไลน์นั้น หากข้อมูลที่ก็อบปี้หรือแชร์ต่อมีปริมาณน้อย เช่น มี 1 หรือ 2 ภาพ ซึ่งไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร และผู้ใช้ให้เครดิตเจ้าของสิทธิหรือแสดงแหล่งที่มาของรูปภาพหรือบทความนั้น ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
เช่นเดียวกันหากก๊อบปี้รูปภาพและบทความไปใช้เพื่องานวิจัยหรือการศึกษา ซึ่งไม่ใช่เพื่อหากำไร จะไม่ถือว่าละเมิดและไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิก็ได้ ส่วนการส่ง Good Morning ทางไลน์ โดยมีรูปดอกไม้หรือรูปภาพอื่นๆ ประกอบนั้นไม่ควรจะทำ เพราะไม่รู้ว่ารูปนั้นๆ มีเจ้าของหรือไม่
ขณะที่การแฮ็กข้อมูลเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ เช่น รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตและโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ของตนเอง จะมีโทษปรับ 1 หมื่น-1 แสนบาท หากทำเพื่อการค้าจะมีโทษปรับ 5 หมื่น-4 แสนบาท หรือจำคุก 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่แฮ็กข้อมูลแล้วนำรูปภาพ คลิปวิดีโอ ฯลฯ มาใช้ โดยลบลายน้ำหรือปรับแต่งรูปหรือคลิปวิดีโอ และโพสต์บนเว็บไซต์ของตนเองจะมีความผิดเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ ดัดแปลงและเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชน มีโทษปรับ 2 หมื่น-2 แสนบาท แต่หากทำเพื่อการค้าจะมีโทษปรับ 1-8 แสนบาท หรือจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
“คิดก่อนแชร์ คิดก่อนใช้ ถ้าไม่ชัวร์ ไม่แชร์จะดีกว่า” นางมาลี กล่าว







