posttoday
อาซีฟายันเทรดพ้นจอง

อาซีฟายันเทรดพ้นจอง

05 สิงหาคม 2558

อาซีฟา ลั่นพื้นฐานแกร่งผ่านได้ทุกวิกฤต เข้าตลาดวันนี้ยันราคาสูงกว่าไอพีโอ อนาคตโตอีกมาก

อาซีฟา ลั่นพื้นฐานแกร่งผ่านได้ทุกวิกฤต เข้าตลาดวันนี้ยันราคาสูงกว่าไอพีโอ อนาคตโตอีกมาก

นายไพบูลย์ อังคณากรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาซีฟา (ASEFA) ผู้นำการผลิตและจำหน่ายสวิตช์บอร์ดไฟฟ้า เปิดเผยว่า หุ้น ASEFA จะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 5 ส.ค. ราคาจะสูงกว่าราคาที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) ที่หุ้นละ 3.70 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยไม่กังวลภาวะตลาดหุ้นที่มีความผันผวนในขณะนี้ เนื่องจากเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ บริษัทเป็นองค์กรธุรกิจที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องสามารถผ่านวิกฤตต่างๆ มาได้โดยตลอด ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ความไม่สงบทางการเมืองในกลางปี 2556 ต่อเนื่องถึงปี 2557

“ตอนนี้เลยจุดที่จะต้องกังวลเรื่องตลาดหุ้นมาแล้ว เพราะเรามีความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานองค์กร และการเมืองเริ่มนิ่งทำให้นโยบายภาครัฐเริ่มมีงานโครงการต่างๆ ทยอยออกมา ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ลูกค้ากลุ่มหลักคือผู้รับเหมาวางระบบต่างๆ กับรับเหมาก่อสร้าง ตอนนี้ลูกค้าหลักสัดส่วน 80% เป็นเอกชน ปีนี้มีโอกาสที่อัตรากำไรสุทธิจะกลับไปสู่ระดับปกติที่ประมาณ 8% จากปีก่อนที่ 6.5% ส่วนคู่แข่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำธุรกิจเหมือนเราขณะนี้ยังไม่มี” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอ บริษัทจะนำไปขยายธุรกิจ ใช้งบลงทุนประมาณ 130 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์งานโลหะเป็นประมาณ 8,400 ตัน/ปี จากปัจจุบันที่ 4,800 ตัน/ปี และเพิ่มกำลังสวิตช์บอร์ดอีกประมาณ 50% จากปัจจุบันที่มีประมาณ 1.6 หมื่นกล่อง/ปี โดยโครงการจะเสร็จในปลายไตรมาสแรกปี 2559 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับงานในอนาคต โดยเฉพาะตลาดในประเทศจากนโยบายของรัฐที่จะลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงไฟฟ้า คมนาคม และระบบโทรคมนาคมโดยเฉพาะการเปิดประมูลระบบ 4จี ที่รัฐบาลเตรียมจะเปิดประมูลภายในปี 2558

นอกจากนั้น ยังจะนำเงินไอพีโอบางส่วนแบ่งไปชำระคืนหนี้ระยะสั้นและระยะกลาง ประมาณ 280 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลงเหลือประมาณ 1 เท่าจากก่อนไอพีโอที่ประมาณ 2.5 เท่า

ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมทั้งในด้านการผลิต จำหน่าย และการให้บริการที่ครบวงจร ตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ พร้อมเตรียมงบลงทุนอีกประมาณ 30 ล้านบาท สร้างสำนักงานขายและศูนย์บริการที่บริษัทยังไม่มี โดยจะเน้นเปิดในพื้นที่ต่างจังหวัดและตามแนวชายแดน ใช้เป็นช่องทางขยายเข้าไปในตลาดเพื่อนบ้านจำนวน 10 แห่ง อาทิ จ.อุดรธานี อุบลราชธานี ตาก จากปัจจุบันที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศไม่เกิน 5%

นายไพบูลย์ กล่าวถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2558 ว่าตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-25% จากปี 2557 ที่รายได้ที่ 1,704.19 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 1,200 ล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังมีแผนที่จะเข้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่องในปีนี้ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากการผลิตสัดส่วนประมาณ 60-70% เทรดดิ้งประมาณ 15-20% และบริการประมาณ 15%

สำหรับแผนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปี จากการเพิ่มกำลังการผลิต การนำเข้าสินค้าใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย และกำลังศึกษาการตั้งโรงงานใหม่เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ต้นน้ำที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิม จากปัจจุบันที่ทำเฉพาะธุรกิจกลางและปลายน้ำ เพื่อให้ธุรกิจครบวงจรมากขึ้นและทำให้อัตรากำไรในอนาคตดีขึ้นด้วย รวมถึงอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรต่างชาติเพื่อให้มีความร่วมมือทางธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรโดยเปิดกว้างในทุกรูปแบบ

ด้าน นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน ASEFA กล่าวว่า ASEFA ได้รับความสนใจจองซื้อหุ้นอย่างมาก จากการขายไอพีโอจำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของหุ้นที่เรียกชำระแล้ว ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมีความแข็งแกร่ง อนาคตมีการเติบโตต่อเนื่อง

“มั่นใจว่า ASEFA ราคาจะอยู่เหนือจองได้ เนื่องจากจุดแข็งหลายด้าน เช่น ศักยภาพของบริษัทในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจ ผู้บริหารมีประสบการณ์กว่า 25 ปี โอกาสเติบโตในอนาคต จึงทำให้เชื่อมั่นว่า ASEFA จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน” นายสมภพ กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2558 มีกำไรสุทธิ 29 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท ส่วนทั้งปี 2557 มีกำไรสุทธิ 113 ล้านบาท ลดลงจากจำนวน 182 ล้านบาท

ด้านหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในภาวะตลาดผันผวน ล่าสุด บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) บวกต่อ 0.48 บาท หรือ 14.725% ปิดที่ 3.74 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยนักลงทุนไม่ได้สนใจภาวะตลาดหุ้นที่รูดแรงกว่า 9 จุด และมองข้ามปัจจัยพื้นฐานของ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท