
เอเซอร์ปลุกตลาดไอทีครึ่งปีหลัง
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
สินค้าไอทีครึ่งปีหลังต่างต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจและความต้องการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและมีเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ มาเป็นตัวเลือก เห็นได้จากตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่อัตราการเติบโตลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า ตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในช่วง 5-6 ปีก่อนหน้านี้ เคยเติบโตแบบเลขสองหลัก แต่หลังจากผ่านปี 2554 ที่ประเทศไทยเผชิญกับภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ อีกทั้งเศรษฐกิจที่ซบเซาลงจากปัญหาการเมืองในประเทศ ส่งผลให้ตลาดรวมมีอัตราการเติบโตที่ลดลง โดยในครึ่งปีแรกเติบโต 7% จากปีก่อนหรือมีจำนวน 3.5 แสนเครื่อง และคาดว่าครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นจะอยู่ที่ 1 ล้านเครื่อง หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากตลาดเฉพาะเติบโต เช่น ผู้นิยมเล่นเกมคอมพิวเตอร์
“ภาพรวมของเอเซอร์สินค้าโน้ตบุ๊กในครึ่งปีแรกเติบโต 12-15% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้แบบสองหลัก ต่างจากช่วง 5-6 ปีก่อนที่เคยเติบโตสูงถึง 30% และก็โตลดลงมาเรื่อยๆ เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย ส่งผลให้ราคาของโน้ตบุ๊กปรับตัวลดลง อีกทั้งมีสมาร์ทโฟนมาเป็นทางเลือกของผู้บริโภค” นิธิพัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวเอเซอร์ แอสปาย อี ซีรี่ส์ และทูอินวัน เอเซอร์ สวิตซ์ ซีรี่ส์ เพื่อช่วยเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ครอบคลุมครบวงจรมากขึ้น ราคาขายเริ่มต้นที่ 9,900 บาท โดยจะเน้นจับกลุ่มผู้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์รวมถึงกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนสินค้าใหม่ เนื่องจากมีการดีไซน์ สีสัน และฟังก์ชั่นการใช้งาน รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชั่น 8.1 และสามารถอัพเกรดเพื่อใช้กับวินโดวส์เวอร์ชั่น 10 ที่จะเริ่มเปิดตัวกลางเดือน ส.ค.นี้
สำหรับรูปแบบการขายนั้น จะยังเน้นขายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่กว่า 1,000 รายทั่วประเทศในจำนวนดังกล่าวแอ็กทีฟอยู่ประมาณ 600 ราย ส่วนการขายผ่านช่องทางออนไลน์นั้นอยู่ระหว่างเริ่มต้นและมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
สนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากเศรษฐกิจตกต่ำจนทำให้เกิดภาวะเงินฝืด หากผู้ประกอบการลดราคาสินค้าโดยใช้ราคาเป็นตัวดึงดูดก็ยังไม่สามารถกระตุ้นกำลังซื้อได้ เพราะผู้บริโภคไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ ขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่ไม่ลดลงแต่เชื่อว่าไตรมาส 4 จะดีขึ้นจากการเร่งผลักดันงบลงทุนของรัฐบาล







