posttoday
ฉวยจังหวะวิกฤตไอเคโอ ยกเครื่องปั้นนักบิน

ฉวยจังหวะวิกฤตไอเคโอ ยกเครื่องปั้นนักบิน

05 สิงหาคม 2558

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

อุตสาหกรรมการบินไทยตกขอบเกณฑ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจการบิน ธุรกิจการท่องเที่ยวไทยมาเป็นระยะนับจากต้นปีที่ผ่านมา

เนื่องจากกรมการบินพลเรือน (บพ.) ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลออกใบอนุญาต (ไลเซนส์) การบินให้กับสายการบินของประเทศไทย มีบุคลากรไม่เพียงพอต่อการขยายฝูงบินสายการบินเอกชนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่พลิกโฉมการเดินทางทางอากาศของคนไทยให้ง่ายขึ้น

การเติบโตบนความไม่พร้อมในครั้งนี้ เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการบินไทยและบุคลากรอย่างนักบินไทย ซึ่งเป็นบุคลากรที่ประเทศไทยและทั่วโลกขาดแคลนอย่างหนัก แต่นักบินไทยกลับถูกปฏิเสธการว่าจ้างจากประเทศในแถบเอเชีย เช่น จีน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากมาตรฐานด้านความปลอดภัยของไทยไม่ผ่านเกณฑ์ไอเคโอ

สนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย เล่าว่า ช่วงที่รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมการบินไทย การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร บพ. ควรวางแผนพัฒนาการผลิตบุคลากรนักบินไทยควบคู่กับการปรับโครงสร้างต่างๆ ด้วย เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ส่งออกนักบินไทยออกสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบเอเชียและอาเซียน ซึ่งคาดว่า 10 ปีข้างหน้าการเติบโตด้านการบินจะหลั่งไหลมาในภูมิภาคนี้ เมื่อพิจารณาจากคำสั่งซื้อเครื่องบินของสายการบินต่างๆ ทั้งนี้ ข้อมูลจากโบอิ้งระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีความต้องการเครื่องบินใหม่ 3,000 ลำ โดยความต้องการในเอเชียมีสัดส่วนประมาณ 50%

แม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทำให้บางพื้นที่ของจีน เช่น ปักกิ่ง ปฏิเสธการว่าจ้างงานนักบินไทย เพราะไม่มั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ของไอเคโอ แต่เชื่อว่าจะเป็นปัญหาระยะสั้นเท่านั้น หากรัฐบาลเร่งวางแผนการพัฒนาผลิตนักบินไทยให้ได้มาตรฐาน รวมถึงส่งเสริมสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้คนรุ่นใหม่สนใจที่จะก้าวสู่อาชีพนักบิน

“รัฐควรใช้วิกฤตสร้างโอกาส อาศัยจังหวะนี้วางแผนต่างๆ ให้ครบด้านเกี่ยวกับนักบิน เพราะการผลิตนักบินของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในอาเซียน ไทยเป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้น แต่ไทยขาดการวางแผนส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความต่อเนื่อง” สนอง กล่าว

นอกจากนี้ มองว่ากฎหมายของไทยยังล้าหลัง ไม่ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ควรเร่งแก้ไขให้เกิดการพัฒนาในอนาคต เช่น การส่งเสริมนักบินคนไทยขับเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเสริมทักษะให้เกิดการพัฒนาที่รวดเร็ว แทนการว่าจ้างชาวต่างชาติมาขับ เป็นต้น

ในด้านศักยภาพการผลิตนักบินของไทยนั้น สนอง ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตบุคลากรนักบินได้เพียง 200-300 คน/ปี ขณะที่ไทยมีความต้องการนักบินใหม่เฉลี่ย 400-500 คน/ปี เพื่อทดแทนนักบินเกษียณอายุ รวมถึงรองรับการขยายฝูงบินของสายการบินต่างๆ

ขณะที่ทั่วโลกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า คาดว่า จะมีความต้องการนักบินกว่า 5.3 แสนคน กว่า 50% เป็นความต้องการในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ด้านแนวทางส่งเสริมการบุคลากรนักบิน สนอง แนะนำว่า รัฐบาลควรใช้งบประมาณสนับสนุนให้เด็กไทยมีโอกาสได้เรียนเป็นนักบิน เพราะปัจจุบันการผลิตนักบินส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของสายการบินพาณิชย์ที่ผลิตบุคลากรของตัวเอง ส่วนภาครัฐผลิตในส่วนของกองทัพอากาศ แต่ไม่ได้ผลิตเพื่อป้อนตลาดการบินพาณิชย์

นอกจากนี้ ต้องหาแหล่งเงินทุนให้กับผู้ที่มีศักยภาพการเรียนนักบินแต่อาจไม่มีทุนทรัพย์ เพราะค่าใช้จ่ายการเรียนค่อนข้างสูง หรือประมาณ 4-5 ล้านบาท/คน รัฐต้องมีแนวทางการจัดหาส่วนดังกล่าวรองรับด้วย ด้านการส่งเสริมสถาบันสอนนักบิน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหลักในการผลิตบุคลากรออกสู่ตลาด ควรหามาตรการสนับสนุนและแผนการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศในทิศทางเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท