posttoday
เศรษฐีลงทุนหุ้นมากขึ้น

เศรษฐีลงทุนหุ้นมากขึ้น

04 สิงหาคม 2558

บล.ภัทร เผยเงินคนรวยไหลเข้าให้บริหารไม่ตามเป้า ลุ้นครึ่งปีหลัง 3 หมื่นล้าน

บล.ภัทร เผยเงินคนรวยไหลเข้าให้บริหารไม่ตามเป้า ลุ้นครึ่งปีหลัง 3 หมื่นล้าน

นายกฤติยา วีรบุรุษ ประธานธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยถึงขนาดสินทรัพย์ภายใต้การให้คำแนะนำการลงทุน (Private Wealth Management) ของบริษัทว่า ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.11 แสนล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกมีเงินเข้าใหม่สุทธิ 2 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 50% มาจากฐานลูกค้าของธนาคารเกียรตินาคิน ถือว่าน้อยกว่าคาด แต่คาดว่าครึ่งปีหลังสถานการณ์น่าจะดีขึ้น จะมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาให้บริหารประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากดัชนีหุ้นอยู่ในระดับต่ำ น่าจะเป็นระดับที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้

“แม้ว่าลูกค้าในส่วนนี้จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขนาดสินทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป จะไม่ได้รับผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นไม่ดีเป็นแนวโน้มขาลง ทำให้ไม่เอื้อต่อบรรยากาศนำเงินเข้ามาหาผลตอบแทน คาดว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น ทำให้ทั้งปีมีเงินใหม่เข้ามา 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีจำนวน 4.7 หมื่นล้านบาท” นายกฤติยา กล่าว

ทั้งนี้ การให้คำแนะนำสำหรับลูกค้าไพรเวท เวลธ์ ดังกล่าว ได้ลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว จากกำลังซื้อคนในประเทศลดลง ปัญหาภัยแล้ง และได้ลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจปี 2558 จาก 3% เหลือ 2.5% และให้กระจายความเสี่ยงไปลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหา ริมทรัพย์ เพราะให้อัตราผลตอบแทนที่ดีระดับ 6-7%

นายกฤติยา กล่าวว่า ขณะนี้คาดการณ์การเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ถูกปรับตัวลดลงโดยตลอด รับผลจากหนี้ครัวเรือนที่สูง เงินหมุนช้าลง เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้โอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงและเห็นระดับ 1,300 จุด ยังเป็นไปได้ ในส่วนของ บล.ภัทร ได้ปรับลดกำไร บจ.จาก 98 บาท/หุ้น ลงเหลือ 97.3 บาท/หุ้น คิดเป็นระดับอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ระดับ 14.6 เท่า หรือดัชนีหุ้นที่ระดับ 1,440 จุด ลดลงจากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 1,540 จุด

สำหรับงานด้านการเป็นที่ปรึกษาการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น (ไอพีโอ) มีงานในมือ 5-6 ตัว เป็นบริษัทเกี่ยวกับการบริโภค ธุรกิจไฟฟ้า มูลค่าการระดมทุนอยู่ในช่วงตั้งแต่ 3,000 ล้าน-1 หมื่นล้านบาท

“หุ้นไอพีโอเหล่านี้คงจะเข้าตลาดในช่วงปี 2559-2560 มากกว่า เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นขณะนี้ไม่ค่อยดี อาจดำเนินการไม่ทันในปีนี้ ยอมรับว่าในระยะที่ผ่านมาหุ้นไอพีโอที่เข้าสู่ตลาดจะเป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก บล.ภัทร แทบไม่ค่อยได้ทำหุ้นไอพีโอ เพราะส่วนมากจะทำดีลด้านอื่น การขายตราสารหรือการควบรวมกิจการมากกว่า และบริษัทจะรับเป็นที่ปรึกษาการระดมทุนขนาดใหญ่มูลค่าตั้งแต่ 3,000 ล้านบาทขึ้นไป” นายกฤติยา กล่าว

ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์นั้น ปัจจุบันทางกลุ่มมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ไม่นับพอร์ตลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ จะอยู่อันดับ 2 สัดส่วนจำนวน 5.95% แบ่งเป็น บล.ภัทร 5.19% บล.เคเคเทรด 0.76% อันดับมาร์เก็ตแชร์เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการซื้อขายของผู้ลงทุนรายบุคคลลดลง ขณะที่บริษัทจะเน้นให้บริการกับลูกค้าสถาบันและผู้ลงทุนรายบุคคลขนาดใหญ่

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ