
โอนเงินล้างหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ
คลังเสนอ ครม.โอนกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าบัญชีสะสมเพิ่มอีก 1.24 หมื่นล้านบาท
คลังเสนอ ครม.โอนกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าบัญชีสะสมเพิ่มอีก 1.24 หมื่นล้านบาท
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบพิจารณาอนุมัติให้โอนเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เข้าบัญชีสะสมเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนฟื้นฟูฯ ในปี 2558 เพิ่มเติมจำนวน 1.24 หมื่นล้านบาท โดยให้กองทุนฟื้นฟูฯ ทยอยโอนเงินเข้าบัญชีสะสมตามสภาพคล่องของกองทุน
ทั้งนี้ หาก ครม.เห็นชอบจะทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ ส่งเงินเข้าบัญชีสะสมในปีงบประมาณ 2558 รวมเป็นเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท หากนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2558 กองทุนฟื้นฟูฯ ส่งเงินเข้าบัญชีสะสมแล้ว 1.09 แสนล้านบาท
สำหรับเงินที่โอนเข้าบัญชีสะสมเพิ่มครั้งนี้ ประกอบด้วย เงินที่รับจาก บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เงินรับจากตั๋วบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) เงินปันผลพิเศษจาก BAM เงินรับจากกองทรัพย์สินที่ปิดกิจการ 80 แห่ง เงินคืนทุนจากการชำระบัญชี BAM และดอกเบี้ยรับเงินทุนแลกเงินฝากธนาคารพาณิชย์
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นหนี้ของรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งของหนี้สาธารณะ แต่ได้โอนภาระการชำระหนี้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยทั้งหมดให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้รับผิดชอบ โดย ธปท.ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์เพื่อมาชำระหนี้ ซึ่งสามารถบริหารหนี้ได้เป็นอย่างดีจากยอดหนี้ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท จะเหลือยอดหนี้ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปีันี้
นอกจากนี้ สบน. ยังได้เร่งปรับโครงสร้างหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ โดยทาง ธปท.ได้ขอให้กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้ให้มีอัตราดอกเบี้ยต่ำลงตามดอกเบี้ยในตลาดที่ลดลงไปค่อนข้างมาก เพื่อที่จะได้ชำระเงินต้นมากขึ้น ลดเวลาการชำระหนี้ให้สั้นลง คาดว่าภายใน 15 ปี จะชำระหนี้ในส่วนนี้ได้ทั้งหมด
หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เกิดสมัยวิกฤตเศรษฐกิจของไทยปี 2540 โดยมีหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขหนี้โดยให้มีการใช้เงินงบประมาณชำระดอกเบี้ยและกำไรจากการดำเนินงานของ ธปท.ชำระเงินต้น แต่มาในภายหลัง ธปท.มีผลการดำเนินงานขาดทุนทางบัญชีมาตลอดทำให้ไม่สามารถชำระเงินต้นได้ รัฐบาลต้องมีภาระงบประมาณชำระดอกเบี้ยปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท จนมีการโอนภาระการชำระหนี้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยให้ ธปท.เป็นผู้ดูแล







