posttoday
ทหารไทยจัดทัพลุยRMF

ทหารไทยจัดทัพลุยRMF

04 สิงหาคม 2558

บลจ.ทหารไทย ออก 4 กองทุน RMF ครอบคลุมหุ้นทั่วโลก หวังนักลงทุนจัดทัพลงทุนเหมาะสถานการณ์

บลจ.ทหารไทย ออก 4 กองทุน RMF ครอบคลุมหุ้นทั่วโลก หวังนักลงทุนจัดทัพลงทุนเหมาะสถานการณ์

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ จำนวน 4 กอง เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วโลก ผ่านกองทุนหลักที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนระดับโลก โดยจะเปิดขายครั้งแรกวันที่ 3-7 ส.ค. 2558 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

สำหรับกองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งกองทุนหลักบริหารโดยโนมูระ กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งกองทุนหลักบริหารโดยยูบีเอส กองทุนเปิดทหารไทย Asian Growth Leaders เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งกองทุนหลักบริหารโดยแบล็กร็อก และกองทุนเปิดทหารไทย Global Quality Growth เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งกองทุนหลักบริหารโดยเวลลิงตัน

“ทั้ง 4 กองถือเป็นทัพหน้าของการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสของผลตอบแทน ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนเปิดที่บริษัทเปิดขายอยู่แล้ว ทำให้บริษัทมี RMF ให้เลือกลงทุน 14 กอง สูงสุดในระบบ สามารถปรับเปลี่ยนและจัดทัพการลงทุนได้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนรวดเร็ว” นายสมจินต์ กล่าว

ปัจจุบันกองทุน RMF ทั้งระบบมีขนาดสินทรัพย์ 1.7 แสนล้านบาท ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2558 ขณะที่กองทุน LTF มีสินทรัพย์ 2.64 แสนล้านบาท โดยมองว่ากองทุน RMF ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก แต่ที่ผ่านมาประชาชนสนใจกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มากกว่าอาจเพราะเข้าใจได้ง่ายกว่าและลงทุนเพียง 5 ปีภาษี ประกอบกับกองทุน LTF ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่ารัฐจะคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้หรือไม่

“หากลงทุนใน RMF อย่างต่อเนื่องและมีการจัดทัพการลงทุนอย่างถูกวิธีจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างอิสรภาพการเงินในวัยเกษียณได้อย่างแท้จริง บริษัทจึงมุ่งสร้างความหลากหลายของกองทุนให้ครอบคลุมทุกสินทรัพย์และให้ความรู้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งสร้างระบบสำหรับการทำธุรกรรมที่หลากหลายให้แก่นักลงทุน” นายสมจินต์ กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงมากถือเป็นช่วงของการปรับฐาน หลังจากนักวิเคราะห์ต่างปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนลง แต่มองว่าระดับดัชนีในปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อหุ้นสะสม โดยเชื่อว่าการลงทุนภาครัฐจะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย มองว่ามีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวลดลงได้ จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ส่งออกติดลบและเงินบาทอ่อนค่า

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,500 จุด แต่หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐมีความชัดเจน ดัชนีมีโอกาสทะลุ 1,500 จุดขึ้นไป

“ปีนี้ดัชนีคงเคลื่อนไหวไม่หวือหวา ต้องติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งอาจมีผลต่อการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ แต่คงกระทบไม่มาก เนื่องจากเงินลงทุนต่างชาติอยู่ในไทยไม่มากแล้ว จึงแนะนำให้เข้าลงทุนหลังจากเฟดมีความชัดเจนแล้ว”นายไพศาล กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจมองว่า ญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) สนับสนุนและกำไรบริษัทมีแนวโน้มเติบโต รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียที่ราคายังไม่แพง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท