
ค่ายมือถือขย่มหั่นราคา 4จี
ยกแรกก่อนเปิดประมูล 4จี เรียกว่าเป็นเกมที่วัดใจ กสทช.ไม่น้อย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นเวทีสุดท้าย ที่กรุงเทพฯ สำหรับร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อเปิดประมูลคัดเลือกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี
ก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเสนอร่างประกาศฯ ฉบับที่แก้ไขแล้วต่อคณะกรรมการ กสทช. และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในวันที่ 26 ส.ค.นี้
“กสทช.จะรวบรวมความคิดเห็นจากทุกส่วนและทุกช่องทาง เพื่อปรับปรุงร่างประกาศฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) สัปดาห์ที่สามของเดือน ส.ค. จากนั้นจะเสนอเข้าคณะกรรมการ กสทช. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่เกิน 26 ส.ค. ก่อนจัดประมูล 4จี ตามกำหนดวันที่ 11 พ.ย.นี้” ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวบนเวทีรับฟังความคิดเห็นหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 MHz เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
ฐากร ย้ำว่า เอกชนที่จะเข้าร่วมประมูล 4จี จะต้องเสนออัตราค่าบริการรวมทั้งค่าบริการอัตราพิเศษหรือถูกกว่าปกติสำหรับคนพิการมาพร้อมกับการยื่นซองประมูล ขณะที่อัตราที่บริการที่เสนอจะต้องสะท้อนต้นทุน เพื่อที่ประชาชนจะไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนต้องเสนอแผนในการดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น แผนกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์
“การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้กำหนดคลื่นที่จะประมูลไว้ที่ 15 MHz ต่อใบอนุญาต และกำหนดราคาตั้งต้นประมูลที่ 1.392 หมื่นล้านบาท/ใบอนุญาต แต่หากมีผู้เข้าประมูลน้อยกว่าหรือเท่ากับใบอนุญาต ราคาจะปรับเป็น 100% หรือ 1.989 หมื่นล้านบาท/ใบอนุญาต แม้ว่าขณะนี้การคืนคลื่นของ บริษัท กสท โทรคมนาคม กลับมาที่ กสทช.จะยังไม่แล้วเสร็จก็ตาม โดย กสทช.มั่นใจว่าจะดำเนินการให้มีการคืนคลื่นให้ได้ภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ก่อนการยื่นซองประมูลแน่นอน”ฐากรกล่าว
ด้านความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคเอกชนนั้น นฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ประเมินว่า การประมูลครั้งนี้จะมีผู้เข้าประมูล 5 ราย และเห็นด้วยที่จะเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz และคลื่น 900 MHz ทั้ง 4 ใบอนุญาตในรอบเดียวกัน เพื่อที่ว่าเอกชนจะได้วางแผนธุรกิจได้ถูกต้อง
นฤพนธ์ เห็นว่าราคาตั้งต้นประมูลคลื่น 1800 MHz ที่ 1.392 หมื่นล้านบาท/ใบอนุญาต แพงเกินไป และแพงกว่าราคาที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ประเมินไว้ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะไม่ดี รวมทั้งไม่เห็นด้วยที่จะปรับราคาตั้งต้นเป็น 100% ต่อใบอนุญาตหากมีผู้เข้าร่วมการประมูลน้อยราย
“ถ้ามีผู้เข้าประมูลน้อย แสดงว่าราคาคลื่นแพงเกินไป เอกชนจึงสนใจประมูลน้อย ดังนั้นควรปรับราคาตั้งต้นประมูลเป็น 70% เท่ากัน และให้ราคาคลื่นเป็นไปตามกลไกตลาด”นฤพนธ์ กล่าว
ด้าน กนกพร กุลเจริญชัยกุล ตัวแทนจาก บริษัท ทรูมูฟ ระบุเช่นกันว่า ราคาตั้งต้นประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz สูงเกินไป และมีราคาแพงเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น เยอรมนี สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และมีราคาแพงกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น อินโดนีเซียและเม็กซิโก โดยเฉพาะหากเทียบกับสิงคโปร์จะพบว่าราคาคลื่นเฉลี่ยของสิงคโปร์อยู่ที่ 3.2 ล้านบาท/MHz/ปี แต่ไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 24.2 ล้านบาท/MHz/ปี หรือแพงกว่า 7.6 เท่า
“เรายังไม่เห็นด้วยกับร่างประกาศที่กำหนดให้ต้องจ่ายค่าประมูลให้ครบใน 4 ปี เพราะในปีแรกๆ เอกชนต้องลงทุนโครงข่ายและจ่ายเงินประมูลพร้อมกัน ทำให้ภาระต้นทุนสูงมาก” กนกพร กล่าว
สุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในเครือแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) เสนอว่า ในช่วง 4 ปีแรกร่างประกาศฯกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องลงทุนโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากร 40% ทั่วประเทศ แต่หลังจากนั้นไม่มีการกำหนด จึงอยากเสนอให้ กสทช.กำหนดให้ชัดเจน เช่น ว่าภายใน 8 ปี โครงข่ายจะต้องครอบคลุมประชากร 80% เป็นต้น
นอกจากนี้ สุทธิชัย ระบุ การที่ร่างประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการถือครองคลื่นทุกประเภทความจุไม่เกิน 60 MHz มีที่มาอย่างไร เพราะที่ผ่านมา กสทช.ไม่เคยชี้แจงว่าตัวเลขมาจากไหน
ขณะที่ตัวแทนจากภาคประชาชนเห็นว่าการประมูลคลื่น 1800 MHz ควรแบ่งการประมูลเป็นใบละ 5 MHz เพื่อให้เอกชนเล็กร่วมประมูลได้ ไม่ให้ผู้ชนะประมูลกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเดิมเท่านั้น แต่ พูนศิริ นิลกิจศรานน์ ผู้อำนวยการ สำนักการอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคม กสทช. ชี้แจงว่า หากซอยความจุคลื่นต่ำกว่า 12.5 MHz หรือ 15 MHz จะกระทบต่อประสิทธิภาพและความเร็วในการให้บริการ
ยกแรกก่อนเปิดประมูล 4จี เรียกว่าเป็นเกมที่วัดใจ กสทช.ไม่น้อย







