posttoday
เศรษฐีอสังหาฯเวียดนาม

เศรษฐีอสังหาฯเวียดนาม

03 สิงหาคม 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เศรษฐกิจของเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกมิติ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดว่านเงวียนดึ๊ก หนึ่งในนักธุรกิจแถวหน้าของเวียดนาม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ฮองอันห์ ซาลาย กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นเจ้าของธุรกิจอีกหลากหลายแขนง ทั้งธุรกิจยางพารา เฟอร์นิเจอร์ พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ พ่วงตำแหน่งเจ้าของทีมฟุตบอลชั้นนำของประเทศ และเป็นชาวเวียดนามคนแรกที่เป็นเจ้าของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

เงวียนดึ๊กเกิดในครอบครัวยากจน มีพี่น้องรวม 7 คน เขาเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา ไม่มีโอกาสเรียนต่อระดับปริญญา แต่ความสามารถในการบริหารธุรกิจไม่ได้ด้อยไปกว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ ของประเทศ

เมื่อปี 2533 เงวียนดึ๊กเริ่มก่อร่างสร้างบริษัทขนาดเล็กเพื่อผลิตสินค้าโต๊ะ เก้าอี้สำหรับนักเรียน ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัท ฮองอันห์ ซาลาย กรุ๊ป ที่ใหญ่โตในปัจจุบัน โดยเขาได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2551 โดยถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 48.32%

เงวียนดึ๊กได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 2 ของเวียดนาม รองจากผู้บริหาร วิน กรุ๊ป และในปี 2554 หนังสือพิมพ์วิน เอ็กซ์เพรส ได้จัดให้เขาเป็นมหาเศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ของประเทศ จากจำนวนมหาเศรษฐี 100 คน ขณะที่บริษัท ฮองอันห์ ซาลาย กรุ๊ป ทำกำไรได้มากถึง 4.9 หมื่นล้านด่อง

ในช่วงที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียดนามต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้าย ผู้ประกอบการจำนวนมากได้รับความเสียหาย แต่บริษัทของเขาสามารถฝ่าฟันมรสุมและยืนหยัดมาได้ เขามองว่าในช่วงเวลาวิกฤตสิ่งที่สำคัญที่สุดของคือ เงินทุน โชคดีที่บริษัทของเขาได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินต่างๆ ทำให้บริษัทยังมีทุนที่จะฝ่าฟันวิกฤตได้

ในอดีต เงวียนดึ๊ก ฉายภาพว่า บริษัทของเขาให้ความสำคัญกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจดังกล่าว แต่ปัจจุบันเขาได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ เหมืองแร่ ยางพารา และพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ โดยกลุ่มธรกิจอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนอยู่ 25% ของภาพรวมธุรกิจ ซึ่งสินค้าจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวของบริษัทยังคงแข่งขันในตลาดได้อย่างมั่นคง ดังนั้นหากกลุ่มธุรกิจใดได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ ก็ยังมีอีก 3 ขาที่จะช่วยพยุงไว้ได้

นอกจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์แล้ว บริษัทของเขายังเป็นเจ้าของพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 1 แสนเฮกเตอร์ ในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา โดยในปี 2557 จะมีพื้นที่ปลูกยางถึง 5 หมื่นเฮกเตอร์ ที่จะให้ผลผลิตได้ และคาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 450 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี

เงวียนดึ๊กไม่ได้มุ่งมั่นทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เขายังเป็นคนรักกีฬา โดยกีฬาสุดโปรดของเขาคือ ฟุตบอล และเขาเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลของตัวเองที่มีชื่อว่า เอชเอจีแอล ฟุตบอลคลับ ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลในวีลีกของเวียดนาม

หากพูดถึงการทำงานแล้ว เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ที่ทำงานหนักไม่ใช่เพื่อเงิน เพราะมีเงินอยู่แล้วจำนวนมาก แต่มุ่งมั่นทำงานเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ