
ดิ้นแก้ผังเมืองขัดขวางลงทุน
อุตสาหกรรม-มหาดไทย ชง 4 ข้อแก้ปมผังเมืองใหม่ไม่เอื้อลงทุน ให้ กอช.เคาะ ส.ค.นี้
อุตสาหกรรม-มหาดไทย ชง 4 ข้อแก้ปมผังเมืองใหม่ไม่เอื้อลงทุน ให้ กอช.เคาะ ส.ค.นี้
นายสมชาย หาญหิรัญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ไปหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาผังเมืองใหม่ไม่รองรับนโยบายการพัฒนาอุตสาห กรรมจนทำให้การขยายการลงทุนชะงักงันนั้น ล่าสุดได้หารือร่วมกันและมีข้อตกลงใน 4 ประเด็นหลักเพื่อแก้ไขอุปสรรคการลงทุน
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะนำข้อสรุปดังกล่าวเสนอที่ประชุม กอช.พิจารณาในต้นเดือน ส.ค.นี้ หากได้รับความเห็นชอบจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเป็นแนวทางให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทยใช้เป็นหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ
สำหรับข้อสรุปที่ตกลงร่วมกันใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ยกเลิกบัญชีกำหนดประเภทโรงงานท้ายกฎกระทรวงที่จะบังคับใช้ในผังเมืองรวม/เมือง/ชุมชน เปลี่ยนเป็นแบบ Negative List คือกำหนดประเภทโรงงานที่ห้ามตั้ง หากไม่เข้าข่ายก็สามารถเปิดประกอบการโรงงานได้
ประการต่อมา เนื่องจากที่ดินสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ในผังเมืองส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง จึงให้นำผลการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการลงทุนไปใช้เป็นแนวทางในการวางและจัดทำผังเมืองด้วย โดยปัจจุบันได้ศึกษาจังหวัดที่มีศักยภาพเรียบร้อยแล้ว 14 จังหวัด อยู่ระหว่างศึกษา 20 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก
แนวทางที่ 3 เห็นชอบการจัดทำหลักเกณฑ์ข้อกำหนดเกี่ยวกับแนวกันชนและแนวป้องกัน พื้นที่อุตสาหกรรมกับพื้นที่ชุมชน กระทรวงอุตสาหกรรมขอเข้าไปมีส่วนในการกำหนดพื้นที่ด้วย โดยปัจจุบันการกำหนดทั้งแนวป้องกันและแนวกันชนยังไม่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานเดียว และบางแห่งมีการกำหนดให้ใหญ่จนเป็นภาระการลงทุนเกินไป
ประเด็นสุดท้าย ในกรณีภาครัฐมีนโยบายเขตเศรษฐกิจเฉพาะ เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมเมืองยาง ศูนย์ทดสอบยานยนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก ทั้งหมดต้องสอดคล้องกับกฎหมายผังเมือง ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมเฉพาะที่ได้รับการส่งเสริม โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการวางผังเมืองให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว
“หาก กอช.และ ครม.เห็นชอบ ก็จะนำไปปรับในการทำงานของแต่ละฝ่ายต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาการลงทุน” นายสมชาย กล่าว







