posttoday
'ไพบูลย์ อังคณากรกุล' ถ้าคิดลงทุนต้องรู้ให้ลึกและจริง

'ไพบูลย์ อังคณากรกุล' ถ้าคิดลงทุนต้องรู้ให้ลึกและจริง

31 กรกฎาคม 2558

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

“ไพบูลย์ อังคณากรกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาซีฟา (ASEFA) ผู้ผลิตจำหน่ายและติดตั้งผลิตภัณฑ์กระจายและส่งจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานบริการวิศวกรรมไฟฟ้าแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางไปยังผู้ใช้บริการรายย่อย กำลังจะนำหุ้นสามัญเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 5 ส.ค.ที่จะถึงนี้

เขาไม่ได้มีเวลาในการบริหารเงินอย่างจริงจัง จึงพึ่งพาธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ได้ดี  จุดเริ่มต้นการลงทุนในตลาดทุนของเขาเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เตรียมนำบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. จึงเริ่มปรึกษาคนรู้จัก รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงินต่างๆ ก็ทำให้ได้ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และหุ้น และรู้สึกว่าการลงทุนในหุ้นเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัว ทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นคนที่ทำอะไรต้องขอศึกษาข้อมูลจริงจัง

 หุ้นที่ซื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกับบริษัท หรืออะไรที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทางไปยังผู้ใช้ปลายทาง และเพราะด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่ในการลงทุน จึงต้องเอาข้อมูลที่เราทราบ อิงจากการทำธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกับบริษัท ไปเป็นตัวช่วยในการประเมินผลและพิจารณาเลือกบริษัท

ตัวช่วยในการหาข้อมูลที่ดีสำหรับ “ไพบูลย์” ในตอนนี้คือ การฟังและการหาข้อมูล และเขาก็เลือกฟังข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่สนใจมาพบนักลงทุน   เมื่อนั่งรถไปทำงานหรือเดินทางไปไหนก็จะฟังข้อมูลจากการโหลดแอพพลิเคชั่นไว้

“ข้อมูลที่เราได้ฟัง มันเป็นสิ่งที่ช่วยเราทำการบ้าน และบอกว่าสถานการณ์ปัจจุบันของ บจ.นั้นเป็นอย่างไร พร้อมได้ฟังมุมมองการพัฒนาหรือการขยายงานเป็นอย่างไร ในขณะเดียวกันก็ได้นำมาปรับใช้ในการบริหารงานของอาซีฟาได้ด้วย ถ้าจะให้มองตอนนี้คงบอกได้ว่าตัวเองคงเหมาะเป็นนักลงทุนประเภทหุ้นคุณค่า (วีไอ) มากกว่า แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูว่าจะทำได้มากน้อยขนาดไหน ตอนนี้เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการลงทุน ซึ่งคิดว่าปกติใครจะเริ่มลงทุนหรือทำอะไรในชีวิต ก็ควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง” ไพบูลย์ เล่า

ปัจจุบันเขามีหุ้นอยู่ในพอร์ตเพียง 4-5 ตัวเท่านั้น ส่วนใหญ่หุ้นที่เลือกคือเน้นปัจจัยพื้นฐาน และเหมาะกับการลงทุนในระยะยาวเป็นหลักมากกว่า ตอนนี้จึงค่อยมองดูและค่อยๆ ทยอยเก็บหุ้นที่สนใจเข้าพอร์ตมา ระหว่างนี้คือการรอรับเงินปันผลไปก่อน โดยไม่ได้ให้ความสนใจหุ้นที่มีข่าวในระยะสั้น หรือประเภทเก็งกำไรเป็นรายวัน เพราะถือว่ามีความเสี่ยงมากสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการติดตามข่าวสาร หรือหุ้นแบบรายวัน

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยน่าจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยต่อปี น่าจะทำได้ 15% ซึ่งผ่านมาเพียงปีกว่าเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้ยังไม่ชัดนัก เพราะยังไม่เคยขายหุ้นออกไป แต่ก็มีบ้างที่หุ้นบางตัวมีทั้งบวกและลบ ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกเครียด เพราะแต่ละตัวที่เลือกก็เข้าใจในพื้นฐานธุรกิจ และจะลงทุนในระยะกลางและยาวเป็นหลัก

นอกจากนั้น ก็มีการแบ่งเงินไปลงทุนซื้อพวกอสังหาริมทรัพย์บ้างอย่างคอนโดมิเนียม โดยเลือกทำเลที่มีคนพลุกพล่าน และก็จะซื้อเก็บไว้เป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ