
BANPUจ่อนำบริษัทลูกBPPขายไอพีโอ
บ้านปูเข็นบริษัทลูกเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นนำเงินลงทุนต่างประเทศ-ทุนหมุนเวียน
บ้านปูเข็นบริษัทลูกเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นนำเงินลงทุนต่างประเทศ-ทุนหมุนเวียน
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า บริษัทมีความประสงค์ที่จะระดมทุนผ่านการเพิ่มทุนจดทะเบียนพร้อมเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดย BPP จะใช้เงินทุนที่ได้สำหรับการลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งปรับโครงสร้างทางการเงินและเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
ทั้งนี้ คณะกรรมการบ้านปูได้อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นไอพีโอและแผนการเข้าจดทะเบียนของ BPP ซึ่งคณะกรรมการของบริษัท และ BPP จะร่วมกันพิจารณากำหนดรายละเอียดและอัตราส่วนที่แน่นอนเกี่ยวกับการเสนอขายข้างต้นอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ดี จำนวนหุ้นที่จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจะมีสัดส่วนไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุนและบริษัทจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมใน BPP ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่า 65% ของทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุน
ราคาหุ้น BANPU พุ่งขึ้นมาปิดตลาดที่ 24.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ซึ่งส่วนหนึ่งนอกจากข่าวการนำบริษัทลูกเข้าตลาดแล้ว 4 บริษัทและยังคาดว่ากำไรปีนี้ทะลุ 3 ,000 ล้านบาท จ่ายปันผลปีนี้ 1.20 บาท/หุ้น ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 4.8%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ แนะนำให้ถือ BANPU ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 27 บาท (SOTP) มองว่า โรงไฟฟ้าหงสาถือเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญต่อ BANPU และอาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นประเมินว่าที่ระดับเต็มกำลังผลิตของหงสาจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) สูงถึง 50% ของธุรกิจพลังงานของ BANPU คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้นราว 15.8 บาท จากมูลค่าที่เหมาะสม
นักวิเคราะห์ บล.เคเคเทรด ยังแนะนำซื้อ BANPU โดยคาดว่ากำไร BANPU จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ไตรมาส 2 ปี 2558 โรงไฟฟ้า BLCP จะมี Unplanned Shutdown และปริมาณขายถ่านหินจาก CEY ที่ลดลงเนื่องจากมีแผนย้ายอุปกรณ์
อย่างไรก็ดี ยังเชื่อว่าจะเห็นกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2558 เติบโต ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีหลัง 2558 เติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้จากโครงการหงสา (หน่วยที่ 1) เต็มไตรมาส
โครงการหงสาถือเป็นโครงการขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการของ BANPU ในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง ที่จะรับรู้รายได้จากหน่วยที่ 1 เต็มไตรมาส และหน่วยที่ 2 ในอีก 2 เดือนสุดท้ายของปี ขณะที่กำไรปกติไตรมาสแรกปี 2558 คิดเป็น 22% ของประมาณการปี 2558 โดยโครงการดังกล่าวจะทำกำไรในปี 2558 อยู่ที่ 469 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 ล้านบาท และ 3,000 ล้านบาท ในปี 2559–2560 โดย BANPU ถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าหงสาสัดส่วน 40%







