
ตามติดความเคลื่อนไหว
คาดเจรจาค้าจีน-อาเซียนจบสิ้นปี’58
คาดเจรจาค้าจีน-อาเซียนจบสิ้นปี’58
นายเกาเหยียน รมช.พาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่า คาดว่าการเจรจาเพื่อยกระดับข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างจีนและอาเซียนจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ โดยจีนกำลังเจรจารายละเอียดด้านการค้าบริการและสินค้าที่ดีขึ้น รวมถึงความร่วมมือด้านการลงทุนและความร่วมมือกับสมาชิกกลุ่มอาเซียน 10 ชาติ
เว็บไซต์ไชน่าเดลีอ้างข้อมูลจาก รมช.พาณิชย์จีน ว่า จีนจะใช้ประโยชน์จากศักยภาพทางธุรกิจ และขยายการลงทุนแบบสองทางในอุตสาหกรรมหลักๆ ในโครงการริเริ่มเส้นทางสายไหมใหม่ เช่น การผลิตระดับโลก สวนอุตสาหกรรม และโครงการระหว่างประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ การเจรจายกระดับข้อตกลงครั้งนี้ได้เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ส.ค. 2557 ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างจีนและกลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้น 1.6% ต่อปี เป็น 2.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 โดยปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 3 ของจีน
นอกจากนี้ อาเซียนตั้งเป้าว่าการค้ากับจีนจะมีมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปี 2558 และแตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 อีกทั้งจะมีมูลค่าการลงทุนระหว่างกัน 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 เช่นกัน
ขณะเดียวกัน การลงทุนระหว่างจีนและอาเซียน มีมูลค่าทะลุ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงสิ้นปี 2557 โดยเป็นการลงทุนของชาติอาเซียนในจีนมูลค่ามากกว่า 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
19 บริษัทต่างชาติสนลงทุนแอลพีจีในเมียนมา
เว็บไซต์เมียนมาไทมส์ รายงานว่า มีบริษัทต่างชาติ 19 บริษัท ยื่นหนังสือแสดงความสนใจดำเนินธุรกิจร่วมทุนโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลพีจี) ในเมียนมา
ในจำนวนดังกล่าวมี 17 บริษัทที่ยื่นประมูลร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น และมี 2 บริษัทที่บริษัทท้องถิ่นเป็นพันธมิตร ได้แก่ ชิโยดะ คอร์ปอเรชั่น และเจเอฟอี เอนจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ขณะที่บริษัทอื่นๆ ได้แก่ บริษัทจากญี่ปุ่น 5 บริษัท เกาหลีใต้ 3 บริษัท สิงคโปร์ 3 บริษัท ไทย 3 บริษัท และอินเดีย จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ประเทศละ 1 บริษัท ล้วนมีพันธมิตรท้องถิ่นทั้งสิ้น
ทั้งนี้ มีบริษัทต่างชาติบางรายที่ยื่นประมูลได้ทำธุรกิจในเมียนมาอยู่แล้ว เช่น มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น แดวู เอนจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรักชั่น ปตท. และพูม่า เอนเนอยี่
ผู้ชนะการประมูลจะได้ร่วมมือกับเมียนมา ปิโตรเลียม เอนเตอร์ไพรซ์ เพื่อพัฒนาเทอร์มินอลแอลพีจีแห่งใหม่ในโรงกลั่นหมายเลข 1 ในเมืองตันลยิน หรือสิเรียม ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการประมูลแยกต่างหาก และบริษัท ปตท.ของไทย และพูม่า เอนเนอยี่ ในสิงคโปร์ เป็นสองบริษัทที่เข้ารอบสุดท้ายสำหรับการประมูลสิทธิพัฒนาปรับปรุงโรงกลั่นแห่งนี้







