
คลัสเตอร์ค้าปลีกส่งรายย่อย
พาณิชย์ สร้างเครือข่ายผู้ผลิตจัดโครงการเชื่อมโยงค้าส่งค้าปลีก ดันรายย่อยไทยใช้ประโยชน์เออีซี
พาณิชย์ สร้างเครือข่ายผู้ผลิตจัดโครงการเชื่อมโยงค้าส่งค้าปลีก ดันรายย่อยไทยใช้ประโยชน์เออีซี
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้ผลิต ค้าส่งค้าปลีก และตลาดซีแอลเอ็ม (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) โดยเชิญผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาดูงานด้านการค้าส่งค้าปลีกในไทย และจัดให้มีการเจรจาธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดเล็กของไทย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยและในตลาดซีแอลเอ็มได้มีการตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างกันเป็นจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกของประเทศเพื่อนบ้านต่างให้การยอมรับสินค้าไทยเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้าในประเทศ และพร้อมที่จะสั่งซื้อสินค้าไทยไปจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เป็นผู้ผลิตรายย่อยที่ผลิตสินค้าต่างๆจำนวน 35 กิจการ ร้านค้าส่งค้าปลีกของไทย 26 กิจการ และผู้ประกอบการจากซีแอลเอ็ม 11 กิจการ ซึ่งในส่วนของกัมพูชามาจากเมืองบันเตียเมียนเจยและสีหนุวิลล์ ลาวจากกรุงเวียงจันทน์ และเมียนมาจากเมืองมะริด
ขณะที่ผลการจับคู่เจรจาธุรกิจที่เกิดขึ้น อาทิ ร้าน Grand Mart เมืองบันเตียเมียนเจย และห้างเอกภาพ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จ.ปราจีนบุรี ได้ตกลงซื้อสินค้าครั้งแรก 1.7 แสนบาท ร้าน Lim Bou Shop เมืองบันเตียเมียนเจย กับร้านปราณีนพรัตน์ จ.สระแก้ว ตกลงซื้อนมถั่วเหลือง UHT จำนวน 500 ลัง ร้าน Plus Daily Mart กรุงเวียงจันทน์ ได้สั่งซื้อกระปิจากบริษัท ส.สรรพกิจค้าส่ง รอบแรก 400 ลัง เป็นต้น
ทั้งนี้ กรมยังได้นำคณะออกสำรวจการค้าส่งค้าปลีกในประเทศเพื่อนบ้านทั้งสามประเทศ โดยที่ลาวสำรวจตลาดที่เมืองเวียงจันทน์ พบว่าร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย และร้านค้าส่งก็มีการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไทยหลายรายการ ที่เมียนมาสำรวจตลาดที่เมืองมะริด สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่นำเข้าจากไทย และมีหลายรายเป็นตัวแทนขายจากไทย ส่วนกัมพูชาสินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากไทยเช่นเดียวกัน
“กรมจะยังจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงร้านค้าส่งค้าปลีกของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในเมืองที่ติดชายแดนต่อไป เพื่อสร้างโอกาสให้เอสเอ็มอีไทยในการเปิดตลาดการค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว







