posttoday
ภาครัฐยันดันเอกชน สู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

ภาครัฐยันดันเอกชน สู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

31 กรกฎาคม 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ยังคงเร่งผลักดันกันอย่างเต็มที่ สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยปรากฏการณ์ “Digital Transformation” และ “Internet of Things” เพราะอัตราการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

สมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ภาครัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในรูปแบบของนโยบาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital Economy) เพื่อให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้อย่างเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทุกธุรกิจ

ทั้งนี้ บริษัท การ์ดเนอร์ บริษัทวิจัยตลาด ได้คาดการณ์ไว้ว่าปี 2561 หน่วยงานภาครัฐระดับท้องถิ่นมากกว่า 30% จะใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์มาสนับสนุนการดำเนินงานภายในอย่างน้อย 50% และในปี 2563 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านชิ้น ทำให้ต้องพัฒนาเทคโนโลยีและการสื่อสารแบบก้าวกระโดด

“โซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การใช้งานคลาวด์เพื่อจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวและองค์กร ทำให้หน่วยงานเองก็ต้องรู้จักปรับตัว เพื่อให้เชื่อมต่อการทำงานและควบคุมการสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่น ภาครัฐจึงควรใส่ใจกับเทรนด์การเติบโตเหล่านี้” สมบูรณ์ กล่าว

ทางด้าน สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กล่าวว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3จี และ  4จี นั้น ทำงานได้ง่ายกว่าคอมพิวเตอร์พีซีมาก แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยใช้งานเว็บไซต์หรือมีอีเมลมาก่อนก็สามารถเข้าถึงได้ จนเกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่แทบจะทุกธุรกิจ

“การขับเคลื่อนทางธุรกิจนั้นต้องมีทัังส่วนของ Hard Infrastructure, Soft Infrastructure และ Service Infrastructure เพื่อให้การทำงานต่างๆ เดินไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงต้องมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการเข้าใช้งานและมีข้อกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างราบรื่น” สุรางคณา กล่าว

สุรางคณา กล่าวต่อไปว่า ธุรกิจซื้อขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ ถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศในยุคดิจิทัล ทั้งยังมีความเข้มแข็งในองค์รวม จึงเร่งผลักดันให้ภาคธุรกิจมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของโอกาสทางธุรกิจออนไลน์ให้มากขึ้น

“การพัฒนาเว็บไซต์ไดเรกทอรี่จากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ โดยได้รวบรวมเว็บไซต์ของร้านค้าจากผู้ประกอบการที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือทั้งหมดในประเทศไทยมาไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มส์ที่สมบูรณ์แบบและเอื้อต่อการพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ซึ่งการร่วมกันของทุกหน่วยงานจะยิ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งของระบบอีคอมเมิร์ซสู่ตลาดโลก และเพิ่มโอกาสทางการขายให้กว้างขึ้น”
สุรางคณา กล่าว

สำหรับเรื่องกำหมาย หรือ Soft Infrastructure ก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวัดสถานะความพร้อมของประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายจำนวน 10 ฉบับ ของกระทรวงไอซีที เนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นการบูรณาการให้เอกชนและรัฐทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และวางกฎเกณฑ์เพื่อดูแลความปลอดภัยของระบบข้อมูลส่วนตัว รองรับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล