posttoday
ดึงออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง โปรโมทท่องเที่ยวไทย

ดึงออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง โปรโมทท่องเที่ยวไทย

31 กรกฎาคม 2558

การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ เป็นช่องทางทางการตลาดที่สร้างกระแสการรับรู้ให้กับสังคมได้อย่างรวดเร็วแบบไร้ขีดจำกัด

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

การสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ เป็นช่องทางทางการตลาดที่สร้างกระแสการรับรู้ให้กับสังคมได้อย่างรวดเร็วแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งเรื่องของเวลาและพรมแดน การทำตลาดออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือที่ทุกอุตสาหกรรมกำลังนำมาใช้ เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าและบริการบนโซเชียลมีเดีย เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่บุกเบิกโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด ททท. เล่าว่า ททท.ได้ปรับแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 และปี 2559 ให้มีความเข้มข้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติได้ครบทุกองศา โดยบูรณาการนำข้อมูลการท่องเที่ยวที่ ททท.โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ มาใช้กับตลาดออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง เช่น  เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ  เพื่อใช้สื่อสารการตลาดโดยตรงกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมองว่าการสื่อสารช่องทางดังกล่าวเป็นสังคมที่มีศักยภาพ ทรงพลังในการบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้แหล่งท่องเที่ยวและสินค้าบริการของประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

ในเดือน ธ.ค.นี้ ททท.เตรียมร่วมกับชาติอาเซียน เปิดตัวแคมเปญ อาเซียน โฟโต้ วอล์ก ผ่านทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/Asean โดยให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก และชาติอาเซียน เดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงชาติอาเซียน พร้อมร้อยเรียงเล่าเรื่องราวต่างๆ ในชาติอาเซียนผ่านภาพถ่ายในแต่ละประเทศ พร้อมติดแฮชแท็กส่งภาพเข้าประกวดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในชาติอาเซียน โดยใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่อาเซียนเดินทางเชื่อมโยงต่อไปยังชาติสมาชิก

“ททท.ได้หารือร่วมกับชาติสมาชิก ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ถึงรูปแบบแคมเปญอาเซียน โฟโต้ เพื่อใช้เป็นแคมเปญออนไลน์จุดพลุการก้าวเข้าสู่เสรีอาเซียนอย่างเต็มตัวช่วงปลายปีนี้ โดยการส่งภาพประกวดจะเป็นช่องทางการท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างกระแสการบอกต่อแบบปากต่อปาก และเป็นตัวผู้เที่ยวที่สื่อสารโดยตรงกับผู้ที่รับข่าวสาร” ฐาปนีย์ กล่าว

ปัจจุบันการนำเสนอเนื้อหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่ ททท.ใช้สื่อสารกับนักท่องเที่ยว เป็นข้อมูลที่มีความครบด้านมากกว่าการทำตลาดแบบ 3.0 ซึ่งมีความสมบูรณ์แบบ สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งล่าสุดได้ปรับปรุงเว็บไซต์ให้นักท่องเที่ยวสามารถจองห้องพักในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น บูติก โฮเต็ล แคมป์ โดยสถานที่บริการแต่ละแห่งที่เข้าร่วมการจองผ่านเว็บไซต์ ททท. ต้องเป็นโรงแรมที่พักที่มีใบอนุญาตประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย

ฐาปนีย์ บอกว่า ที่ผ่านมา ททท.ได้พัฒนาเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลด้านการค้าการลงทุน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นในกลุ่มตลาดเฉพาะสินค้าและบริการ (นิชมาร์เก็ต) เช่น แอพพลิเคชั่นสินค้ามุสลิม ซึ่งมองว่าปัจจุบันการค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านทางมือถือเป็นหัวใจหลักสำคัญมากกว่าการค้นหาข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์พีซีเหมือนที่ผ่านมา ในส่วนนี้ ททท.ต้องพัฒนารูปแบบการนำเสนอให้ทันต่อการใช้งานของนักท่องเที่ยว

"จุดขายของเว็บไซต์ ททท. คือมีความหลากหลายด้านข้อมูลข่าวสารที่ ททท.ได้บูรณาการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยข้อมูลมีความครบถ้วน หากเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ทั้งนี้พบว่าเว็บไซต์ของ ททท.มีอัตราการเข้าชมเติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี" ฐาปนีย์ กล่าว 

การนำข้อมูลการตลาดมาพัฒนาในเว็บไซต์ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย 1.การสร้างภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวประเทศไทยภายใต้ปีท่องเที่ยววิถีไทย และ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส โดย ททท.เน้นการนำเสนอเรื่องเล่าของสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละแห่ง เพื่อให้เกิดการบอกต่อ 2.การสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าและบริการ มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพผ่านออนไลน์  เช่น กลุ่มคู่รัก คู่ฮันนีมูน คู่แต่งงาน ผ่านกิมมิก โรแมนติก ไทยแลนด์ การสร้างความรู้สึกให้นักท่องเที่ยวหลับตาเห็นภาพประเทศไทยเป็นดินแดนที่ช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทุกกลุ่ม เมื่อเดินทางมาประเทศไทยแล้วจะเป็นสถานที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทุกระดับ 

นอกจากนี้ ททท.ได้จัดทำข้อมูลภูมิศาสตร์สถานที่ท่องเที่ยวไทยจำนวน 1 หมื่นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งรวบรวมจากเจ้าของพื้นที่โดยตรงผ่านสำนักงาน ททท.ในประเทศทั้ง 35 สำนักงานทั่วประเทศไทยที่เป็นผู้คัดเลือก  โดยใช้เครื่องมือการเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือ API ที่ได้มาตรฐานสากล ให้นักท่องเที่ยวได้ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ได้เหมือนการค้นหาทางผ่านทางกูเกิลแมป ซึ่งข้อมูลนี้ทางกูเกิลแมปจะนำไปเชื่อมต่อผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่ง ททท.ได้เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่สนใจข้อมูลด้านการท่องเที่ยวนำไปใช้เผยแพร่ต่อได้

ฐาปนีย์ เล่าอีกว่า ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา (ไมซ์) ทราเวล บ็อกซ์ หรือ TBEX ระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.นี้ ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพการจัดงานในแถบเอเชียและอาเซียน   งานประชุมดังกล่าวจะมีกลุ่มบล็อกเกอร์จากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมประชุมประมาณ 800-1,000 คน โดยบล็อกเกอร์แต่ละคนจะมีแฟนเพจเฉลี่ย 2-3 หมื่นคน ซึ่งมองว่าจะเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทยออกสู่ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เพราะ ททท.ได้จัดเส้นทางการท่องเที่ยวไว้กว่า 100 เส้นทาง ให้บล็อกเกอร์เลือกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ   

การรุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจังในครั้งนี้ ททท.ตั้งเป้าผลักดันให้เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวของ ททท.ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชียและอาเซียนในปี 2559   ที่ได้รับความสนใจเข้าชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากปัจจุบันออสเตรเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นประเทศที่ใช้ออนไลน์ในการทำตลาดส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

เห็นได้ว่าการทำตลาดออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาประเทศไทยได้อย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในยุคที่คนทั่วไปนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จำเป็นต้องควบคู่กับการพัฒนาและรักษาแหล่งท่องเที่ยวไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่จะทะลักเข้ามาในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท