
‘รูมา’ธุรกิจอินโดฯรุ่นใหม่ สร้างรายได้ให้ชุมชน
การเริ่มต้นทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากมั่งคั่งเท่านั้น แต่อาจมาจากแรงบันดาลใจบางอย่างอันนำมาสู่การทำธุรกิจที่ทั้งสร้างรายได้และแก้ปัญหาให้ชุมชนด้วย ซึ่งก็คือรูปแบบของกิจการเพื่อชุมชน หรือ “โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์”
การเริ่มต้นทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากมั่งคั่งเท่านั้น แต่อาจมาจากแรงบันดาลใจบางอย่างอันนำมาสู่การทำธุรกิจที่ทั้งสร้างรายได้และแก้ปัญหาให้ชุมชนด้วย ซึ่งก็คือรูปแบบของกิจการเพื่อชุมชน หรือ “โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์”
“การเป็นผู้ประกอบการไม่ใช่สิ่งเดียวที่คุณควรปรารถนา ความหลงใหลในการแก้ไขปัญหาต่างหากที่คุณควรจะทำ” แนวคิดของ อัลดี แฮรีโอปราโตโม ชายหนุ่มชาวอินโดนีเซีย วัย 32 ปี นำมาสู่การเริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2009 โดยการตั้งบริษัทชื่อ “รูมา” เพื่ออำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ
แฮรีโอปราโตโมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชีวประวัติของเชกูวารา เรื่อง “Motorcycle Diaries” หรือ “บันทึกลูกผู้ชายชื่อเช” ที่ทำให้แฮรีโอปราโตโมขี่รถจักรยาน
ยนต์สำรวจทั่วอินโดนีเซียและเวียดนามเมื่อปี 2007 เพื่อดูว่าไมโครไฟแนนซ์ หรือสถาบันการเงินชุมชนรายย่อยของทั้งสองประเทศนี้มีศักยภาพเพียงใดในการพัฒนาชีวิตคนจนชนบท
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 แฮรีโอปราโตโมเรียนจบสาขาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู สหรัฐ และได้เข้าทำงานที่บริษัทตวจสอบบัญชียักษ์ใหญ่เอิร์นส์แอนด์ยัง (อีวาย) ในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงเข้ามาทำงานให้ “กีวา” ธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นช่วงที่แฮรีโอปราโตโมได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกสำรวจทั่วอินโดนีเซียและเวียดนาม
ความรู้ที่สั่งสมระหว่างทางจุดประกายให้แฮรีโอปราโตโมคิดหาวิธีในการบริหารจัดการเงินให้แก่ผู้ต้องการกู้ยืมจนเกิดเป็นบริษัท“รูมา” โดยมีการระดมเงินทุนมาจากหลายบริษัทเทคโนโลยีในซิลิคอนวัลเลย์ในรัฐแคลิฟอร์เนียและกุหนุง เซวู เกนจานา หนึ่งในบริษัทบริหารจัดการลงทุนยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย
ขณะนี้รูมามีผู้แทนบริษัท (เอเยนต์) กว่า 3 หมื่นรายในอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าเล็กๆ ในชุมชน โดยบริการอำนวยความสะดวกแก่คนในท้องถิ่นอย่างการจ่ายค่าไฟ จ่ายคืนเงินกู้ และเช็คโฆษณาประกาศหางานผ่านรูมาโมบาย แอพพลิเคชั่นของรูมาบนสมาร์ทโฟน
แฮรีโอปราโตโม ระบุว่า ข้อมูลจากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) แสดงให้เห็นว่ามีเพียง 16% ของคนในพื้นที่ชนบทเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ดังนั้นใครที่ต้องการจ่ายค่าไฟออนไลน์ ก็เพียงแค่ไปใช้บริการยังร้านค้าที่เป็นเอเยนต์ของรูมาใกล้บ้าน โดยค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยที่รูมาเก็บกับลูกค้านั้นแบ่งกันระหว่างบริษัทและเอเยนต์
บริษัท รูมา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ใช้บริการกว่า 1.5 ล้านคนแล้ว และเชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงาน 512 คน โดยจำนวนสองในสามของพนักงานจะออกไปพบปะเอเยนต์ขณะที่หนึ่งในสามของพนักงานทำงานที่สำนักงานใหญ่ในกรุงจาการ์ตาผู้บริหารหนุ่ม กล่าวอีกว่า ความสำเร็จของบริษัทที่มีมาอย่างต่อเนื่องนั้นทีมงานควรจะได้รับคำยกย่อง
“คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการทำสิ่งที่มีคุณค่า คือ การอยู่ท่ามกลางแวดล้อมคนที่ทำในสิ่งที่มีคุณค่า ผมมีทีมงานในรูมาที่ตั้งใจทำบางอย่างเพื่อจะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างแท้จริง” แฮรีโอปราโตโม กล่าว
แฮรีโอปราโตโมยังคงขี่รถจักรยานยนต์ออกสำรวจหมู่บ้านต่างๆ ทั่วเกาะชวาสัปดาห์ละสองวันเป็นประจำเพื่อพบปะเอเยนต์และลูกค้าที่ใช้บริการรูมา โดยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เข้าถึงความรู้สึกผู้บริโภคอย่างแท้จริงซึ่งมีส่วนสำคัญในกระบวนการตัดสินใจของผู้บริหาร
แม้แฮรีโอปราโตโมจะเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะ แต่ในวัยเด็กก็ได้คลุกคลีเล่นอยู่กับบรรดาเด็กที่มีฐานะยากจนกว่า ทำให้เข้าใจโลกแห่งความแตกต่าง อีกทั้งพ่อและแม่ของนักธุรกิจหนุ่มก็เป็น
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจและให้การสนับสนุน
พ่อของแฮรีโอปราโตโมทำงานเกี่ยวกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับอินโดนีเซียอย่างการสร้างถนน โดยเชื่อว่า “ถนน” เป็นอิทธิพลของประเทศ ซึ่งเป็นอีกต้นแบบที่ผลักดันให้นักธุรกิจวัย 32 ปี พยายามหาหนทางที่จะสร้างสิ่งที่ให้ผลแก่คนส่วนรวมอย่างที่พ่อทำ
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจก็ยังคงมีความกดดัน การออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะทุกเช้ากับภรรยาและลูกแฝดจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารหนุ่มไม่เคยขาด เพราะถือเป็นการจัดสรรสมดุลระหว่างงานและชีวิตครอบครัว







