
คนเปลี่ยนหนัง
พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ในโรงหนังของชาวอินโดนีเซียที่เปลี่ยนไป ทำให้นักสร้างหนังชาวอิเหนาต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด วิธีหนึ่งที่ทำกันตอนนี้ คือ การซื้อลิขสิทธิ์นวนิยายขายดีมาสร้างเป็นภาพยนตร์
พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ในโรงหนังของชาวอินโดนีเซียที่เปลี่ยนไป ทำให้นักสร้างหนังชาวอิเหนาต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด วิธีหนึ่งที่ทำกันตอนนี้ คือ การซื้อลิขสิทธิ์นวนิยายขายดีมาสร้างเป็นภาพยนตร์
โอดี้ มัลยา ฮิดายาต โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ เล่าให้จาการ์ตาโพสต์ ฟังว่า ก่อนหน้านี้ หลังจากฉายหนังในโรงแล้ว นักสร้างหนังอาศัยรายได้จากการขายลิขสิทธิ์หนังเพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งทำเงินประมาณ 2,000 ล้านรูเปียห์ หรือราว 5 ล้านบาท แต่ตอนนี้เหลือแค่ 25% ของราคาเดิมเท่านั้น เนื่องจากบรรดาสถานีโทรทัศน์หันมาผลิตภาพยนตร์เอง
ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น นักสร้างหนังจึงหันมาเน้นขายหนังในตลาดต่างประเทศ หรือขายลิขสิทธิ์เพื่อไปฉายบนเครื่องบินแทน
สำหรับโอดี้เอง เขามีสูตรการทำหนังแบบใหม่ คือ การดัดแปลงบทภาพยนตร์จากนวนิยายขายดี ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า หากเทียบกับการเขียนบทภาพยนตร์ขึ้นเองล้วนๆ
เขาได้พิสูจน์ความสำเร็จให้เห็นแล้วในภาพยนตร์ เรื่อง 99 Cahaya di Langit Eropa หรือ ไนน์ตี้ไนน์ ไลท์ อิน ยูโรเปี้ยน สกาย ภาพยนตร์มุสลิมดัดแปลงจากนวนิยายเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านศาสนาในยุโรป
เขาแบ่งหนังเป็น 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกกลายเป็นภาพยนตร์สร้างรายได้สูงสุดอันดับ 2 ของปี 2556 มีผู้ชมราว 1.1 ล้านคน และเรื่องที่ 2 มีผู้ชมประมาณ 5 แสนคน
นอกจากกวาดรายได้และดึงผู้ชมได้มหาศาลแล้ว หนังยังมีรายได้จากการโฆษณาแฝงของผลิตภัณฑ์ในเรื่องด้วย โดยหลังภาพยนตร์ลงโรงทำให้ยอดขายเสื้อผ้ามุสลิมเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัว
จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้โอดี้พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างหนังตามสูตรเดิม ซึ่งเขาเชื่อว่าบรรดาสปอนเซอร์ควักกระเป๋าจ่ายเพื่อให้สินค้าของตัวเองอวดโฉมอยู่ในหนังด้วย โดยทั่วไปรายได้จากส่วนนี้คิดเป็นประมาณ 25% ของต้นทุนการผลิตหนังของเขา
นอกเหนือจากความสามารถผลิตหนังได้ตอบโจทย์คนดูแล้ว การมีคอนเนกชั่นที่กว้างขวาง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้หนังเข้าถึงคนดูได้ เพราะนั่นหมายถึงสามารถนำหนังไปฉายในโรงหนังได้จำนวนมาก ทำให้มีคนดูมากตามไปด้วย
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินโดนีเซียนั้น ข้อมูลจากสมาคมเจ้าของโรงภาพยนตร์อินโดนีเซีย ระบุว่า ในช่วงยุคทองปี 2553 มีหนังอินโดนีเซีย 78 เรื่อง ดึงผู้ชมได้ 16.8 ล้านคน
ส่วนในปี 2557 จำนวนหนังท้องถิ่นเพิ่มเป็น 113 เรื่อง แต่มีผู้ชมประมาณ 15.2 ล้านคน และระหว่างปี 2549-2553 มีภาพยนตร์อินโดนีเซีย 17 เรื่อง ที่มีผู้ชมมากกว่า 1 ล้านคน







