posttoday
จีบญี่ปุ่นลงทุนเขตนวัตกรรม

จีบญี่ปุ่นลงทุนเขตนวัตกรรม

30 กรกฎาคม 2558

“อาคม” ชวนญี่ปุ่นลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษนวัตกรรม หวังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

“อาคม” ชวนญี่ปุ่นลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษนวัตกรรม หวังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในงานสัมมนาการลงทุนและการพัฒนาของประเทศไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ว่า ได้เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านนวัตกรรม เพื่อรองรับการย้ายฐานการปฏิบัติการวิจัยและห้องแล็บจากต่างประเทศมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมให้เกิดการลงทุนตั้งสำนักงานใหญ่และการเป็นชาติการค้า (เทรดดิ้ง เนชั่น) ของไทย รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่จะต่อยอดให้อุตสาหกรรมไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืน

“การที่จะทำให้ไทยหลุดจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ ต้องทำให้อุตสาหกรรมยั่งยืนด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่การผลิต จึงอยากชวนให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านนวัตกรรมที่มีแผนจะจัดตั้งขึ้น” นายอาคม กล่าว

เบื้องต้น จากการศึกษามีการ ประเมินว่ามีหลายพื้นที่ที่เหมาะสมตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนวัตกรรม เช่น จ.นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ปทุมธานี เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ดังนั้นจึงสามารถสนับสนุนด้านองค์ความรู้ อีกทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับแล้ว

นายอาคมได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีผลสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่นในไทยที่ระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นชะลอการลงทุนในไทยลงไป 37% ว่า คิดว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การตัดสินใจลงทุนก็ชะลอตัวตามไปด้วย

“จากการสอบถามนักลงทุนญี่ปุ่นพบว่าส่วนใหญ่ยังลงทุนในไทย แต่ช่วงนี้จะชะลอการตัดสินใจลงทุนออกไปก่อน ส่วนเรื่องการย้ายฐานการผลิตจากไทยไปเพื่อนบ้านนั้น ตั้งแต่ปี 2554 มาก็ไม่มีการย้ายฐานหนีออกไปจากไทย แต่อาจจะมีบ้างในลักษณะย้ายโรงงานจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งแทน”นายอาคม กล่าว

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ระบุว่า ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. 2558 มีการยื่นขอส่งเสริมโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ จำนวน 155 โครงการ ลดลง 53.6% และมีมูลค่าเงินลงทุน 13,645 ล้านบาท ลดลง 94% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยส่วนใหญ่เป็นกิจการบริการและสาธารณูปโภค

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ยื่นขอส่งเสริมสูงสุด โดยมีจำนวน 40 โครงการ และเงินลงทุน 5,117 ล้านบาท รองลงมา คือสิงคโปร์ 26 โครงการ เงินลงทุน 3,032 ล้านบาท และจีน 17 โครงการ มูลค่าการลงทุน 2,336 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงเดียวกัน บีโอไอได้อนุมัติโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 545 โครงการ เพิ่มขึ้น 64.2% มีมูลค่าการลงทุน 239,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9 เท่า จากช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. 2557 โดยส่วนใหญ่เป็นกิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง รองลงมาคือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค และกิจการเคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก

สำหรับด้านแหล่งที่มาของเงินทุนในโครงการส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ