posttoday
หลักทรัพย์กำไรหดแรง

หลักทรัพย์กำไรหดแรง

30 กรกฎาคม 2558

โบรกเกอร์แผ่วตามคาด ไตรมาส 2 กำไรหดถ้วนหน้า ASP หายไปถึง 45% ซีมิโก้ 18%

โบรกเกอร์แผ่วตามคาด ไตรมาส 2 กำไรหดถ้วนหน้า ASP หายไปถึง 45% ซีมิโก้ 18%

บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ASP) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท ลดลง 115 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 45.27% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท และรวม 6 เดือน
ปีนี้ กำไรทั้งสิ้น 349 ล้านบาท ใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ 350 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร ASP กล่าวว่า สาเหตุที่กำไรสุทธิลดลง 45% เนื่องจากรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 14% เป็นจำนวน  284.38 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลง 23% จาก 2,981 ล้านบาท เป็น 2,302 ล้านบาท รวมถึงค่าธรรมเนียมและบริการก็ลดลง 144.46 ล้านบาท คิดเป็น 60% เนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันบริษัทมีกำไรจากการซื้อขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 71.36 ล้านบาท ลดลง 35% ตามสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ราคาปรับตัวลดลง และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท

ด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลง 17% เหลือจำนวน 377.12 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม

สำหรับรายได้รวม 6 เดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,199 ล้านบาท เป็น 1,211 ล้านบาท เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจาก 760 ล้านบาท เป็น 772 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน (CNS) ก็มีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง จาก 101 ล้านบาท เหลือจำนวน 96 ล้านบาท รวม 6 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท หรือ 43.20% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 162 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 36 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท คิดเป็น 63% เพราะมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ (ZMICO) แจ้งว่า ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาท คิดเป็น 18.36% จากกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และรวม 6 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท คิดเป็น 17.02% เทียบกับกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท ในระยะเดียวกันปีก่อน

นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZMICO กล่าวว่า กำไรที่ลดลงมาจากรายได้รวมลดลง 3.69 ล้านบาท คิดเป็น 5%  เนื่องจาก บล.เคที ซีมิโก้ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมมีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท ลดลง 39.69 ล้านบาท เกิดจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงถึง 34% ส่งผลให้ปริมาณการ ซื้อขายหลักทรัพย์ของ เคที ซีมิโก้ ลดลง 10% ทำให้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 46.74 ล้านบาท คิดเป็น 18% รายได้ธุรกิจวาณิชธนกิจจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ลดลง 16.61 ล้านบาท กำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ลดลง 30.34 ล้านบาท เนื่องจาก เคที ซีมิโก้ ปรับลดวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ลง อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 20.84 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 27.27 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนโซลาริสซึ่งเป็นบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปีก่อน 17.26 ล้านบาท จากค่าบริหารกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 161% มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้นจาก 9,580 ล้านบาท เป็น 2.28 หมื่น ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% โซลาริส มีจำนวนกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้นจาก 42 กองทุน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2557 เป็น 63 กองทุน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2558

นอกจากนั้น ZMICO มีกำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นกำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในตราสารหนี้ ส่วนรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล ลดลง 1.49 ล้านบาท รายได้อื่น ลดลง 1.5 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 2 ปีก่อนมีกำไรจากการขายที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินรอการขาย 1.5 ล้านบาท ด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 10.91 ล้านบาท คิดเป็น 51% เกิดจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.95 ล้านบาท จากการ ที่ซีมิโก้ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืม เงินจำนวน 200 ล้านบาท ส่วนค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายเพิ่มขึ้น 4.88 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนของโซลาริสเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ

สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน 5.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2.5 ล้านบาท เนื่องจากการปรับเงินเดือนประจำปี และจำนวน 3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการตั้งค้างจ่ายโบนัสพนักงาน ซึ่งปีก่อนตั้งค้างจ่ายที่ไตรมาส 4 ค่าที่ปรึกษาเพิ่มขึ้น 1.07 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 2.86 ล้านบาท

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการลงทุนในบัตรเงินฝากต่างประเทศ ค่าจัดทำรายงานประจำปี ค่าธรรมเนียมจ่ายในการจัดทำเครดิตเรตติ้งของบริษัท และขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนลดลง 3.92 ล้านบาท จากกลับรายการค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ Thanh Cong Securities Company J.S.C. (TCSC) เนื่องจาก TCSC มีผลประกอบการดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท